22 เหตุผลที่น่าคิด ทำไมถึงต้องแบน

22 เหตุผลที่น่าคิด ทำไมถึงต้องแบน

จากกรณี ” ก า ร แ บ น หั ว เ ห ว่ ย “ บริษัทมือถือแบรนด์ใหญ่จาก จี น และ ต่อมาเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลให้โทรศัพท์ยี่ห้อนี้ไม่สามารถอัพเดทระบบเวอร์ชั่นใหม่ไปได้

รวมถึงในอนาคตอาจจะไม่สามารถใช้แอปฯ ต่างๆ ของกูเกิลได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามมีการคาดการว่า สาเหตุจริงๆ ที่ทำให้ถูกแบน เป็นเพราะความล้ำสมัยของเทคโนโลยี 5G ที่ทำให้ชาติตะวันตกมองว่า ” เ ป็ น ภั ย ต่ อ ค ว า ม มั่ น ค ง “

วันนี้เราจึงนำข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศ จี น มาให้ทุกคนได้ทราบกัน ว่า… อาจเพราะ 22 เหตุผลนี้ที่ทำให้ชาติตะวันตกรู้สึก เ ก ร ง ก ลั ว

1. รถไฟความเร็วสูง ไม่ได้สร้างขึ้นเพียงเพื่อสักแต่ให้มีเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ แต่มันถูกวางแผนมาพร้อมกับการเชื่อมเมืองเล็กๆระหว่างทางทั้งหมด เพื่อกระจายความเจริญให้กลายเป็นใมหานคร

2. ตัวเลขในงานวิจัย บอกว่าคนจนในประเทศลดลงจาก 87% ในอดีตเหลือเพียง 13% ในปัจจุบัน คนเหล่านั้นถูกดดูดเข้าไปสร้างเศรษฐกิจในเมืองที่เกิดใหม่ และ โตไปพร้อมกับเมือง

3. ” เมือง” ของที่ประเทศนี้ ไม่ได้หมายถึงเมืองใหญ่ที่มีอยู่แล้วอย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เท่านั้น หากหมายถึง “เมืองใหม่” ที่ถูกเนรมิตรขึ้นมาจากการวางแผนระยะยาว แต่ดูเหมือนสร้างขึ้นเร็วราวกับเล่นเกม Simcity

4. ชาวบ้านใน “เมืองใหม่” ที่เต็มไปด้วยถนนกว้างระดับเครื่องบิน บินลงได้ ตึกใหญ่เหมือนมหานครเรียงราย คอนโดขึ้นเหมือนป่าคอนกรีต บอกกันว่าสิ่งที่เห็นเหล่านี้เกิดขึ้นภายในเวลาแค่ห้าปีบ้าง สิบปีบ้าง ความเร็วในการเปลี่ยนโลกเปลี่ยนชีวิตรวดเร็วจนหลายๆชาติมหาอำนาจกังวล

5. ชาวบ้านที่เคยอยู่บ้านดิน ปลูกผัก ทำนา ถูกรื้อบ้านและชักชวนให้ไปอยู่คอนโดเอื้ออาทรที่รัฐสร้างให้ฟรี โดยมอบเนื้อที่ให้มากกว่าบ้านหลังเดิม แลกกับการอยู่ติดดินต้องเปลี่ยนไปอยู่บนตึก ว่ากันว่าส่วนใหญ่ค่อนข้างโอเคกับความเปลี่ยนแปลงนี้

6. ความคิดที่ว่าที่ดินเป็นของรัฐ อาจทำให้ผู้คนมีปัญหากับการเวนคืนที่น้อยกว่าการรู้สึกว่านี่คือที่ดินของฉัน ที่ดินทั้งหลายจึงถูกไถกลบพร้อมสร้างผังเมืองใหม่ วางแผนผังเมืองได้ดั่งใจคิด โซนธุรกิจ โรงงาน ที่อยู่อาศัย การเกษตร ถนนใหญ่แค่ไหน เลนจักรยาน รถไฟ สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ เหมือนเสกขึ้นมา ทำให้การจราจร การคมนาคม เป็นไปได้ด้วยดี

7. เมืองใหม่ทั้งหลายสวยงามเป็นระเบียบ ไม่มีฝุ่น ต้นไม้เยอะ ดอกไม้ประดับตกแต่งเต็มที่ ผู้นำแต่ละเมือง แต่ละมณฑลก็แข่งกันพัฒนาไม่ให้น้อยหน้ากัน

8. รถไฟความเร็วสูง ผ่านไปที่ไหนก็มี “ความเจริญใหม่” สร้างรอรับอยู่ที่นั่น หลักการคือมันจะวิ่งผ่านจุดที่ยังไม่เจริญ เพื่อสร้างความเจริญ มิใช่วิ่งเข้าไปในจุดที่เจริญแล้วให้หนาแน่นกระจุกตัวเข้าไปอีก

9. รถไฟเร็วสูงเหล่านี้เชื่อม “เมือง” เข้าด้วยกันเหมือนสถานีพร้อมพงศ์ไปอโศก (แต่ละสถานีใหญ่อย่างกับสนามบิน) เมืองใหม่ทั้งหลายเดินทางถึงกันภายในสามสิบนาที ทั้งที่ไกลกันเป็นร้อยกิโล ความเจริญจึงเชื่อมถึงกันเป็นโครงข่ายใหญ่ เหมือนแต่ละเมืองก็ช่วยกันดึงกันไป พัฒนาไปพร้อมๆกัน

10. มองเห็นแล้วเข้าใจมากขึ้นว่าทำไม จี น อยากช่วยประเทศใกล้ๆ สร้างรถไฟ หากทั้งหมดเชื่อมถึงกัน จี น น่าจะได้ประโยชน์ไม่น้อยจากการขนส่งต่างๆ

11. การเดินที่สะดวกนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยน ค้าขาย ขนส่ง และการเดินทางท่องเที่ยว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังก่อตัวอย่างน่าสนใจ สถานที่เที่ยวต่างๆ สะอาด เป็นระเบียบ ทันสมัย ออกแบบแลนด์สเคปสวยงาม ใช้วัสดุและดีไซน์ระดับสากล ทางเดินบนภูเขา กระเช้าขึ้นดอย ห้องน้ำห้องท่าใกล้เคียงญี่ปุ่ นเข้าไปทุกที ต้นไม้ใบสีสวย ดอกไม้ที่ปลูกแบบคิดมาแล้วน่าจะทำให้อีกไม่เกินสิบปี จะเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งใหม่และเก่ามากมายมหาศาล

12. เริ่มอนุรักษ์ของเก่า อาคารโบราณ รวมถึงพยายามเล่าวัฒนธรรมรากเหง้าความเก่าแก่ของตัวเองแล้ว นิตยสารบนเครื่องบินที่เคยอ่านเริ่มดึงความเป็นเจ้าของของงานศิลปะ พู่กัน บอนไซ การจัดดอกไม้ ชงชา ดึงกลับมาเป็นของตัวเอง แล้วเล่าเรื่องผ่านประวัติศาสตร์ยาวนานของตน

13. ระบบการจ่ายเงินล้ำสมัย พ่อค้าแม่ขายริมทางรับการจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์กันหมด จ่ายภาษีก็ใช้ช่องทางเหล่านี้ได้ ทำให้รายได้ไม่รั่วไหล หรือ เกิดการคอรัปชั่นได้ยาก เพราะ มีการตรวจสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์

14. อินเตอร์เน็ตทำใหัหลายอย่างสะดวกขึ้นมาก มีทุกอย่างที่โลกสากลมี แค่สร้างขึ้นเพื่อใช้กันเองในประเทศ เสิร์ชเอนจิ้น แอพจ่ายเงิน แอพแชท จองโรงแรม เรียกแท็กซี่ ฯลฯ ทั้งหมดนี้พัฒนากันเองในประเทศ นอกจากเงินไม่รั่วไหลยังคุมเนื้อหาต่างๆ ได้ตามที่รัฐต้องการ

15. สนับสนุนให้คนปั่นจักรยาน มีจักรยานสาธารณะจอดอยู่เต็มไปหมด ทุกเมือง ค่าใช้ก็ไม่แพง บางทีก็ฟรี ไม่ได้มีแค่จักรยานเป็นผักชีโรยหน้า เมืองใหม่ทั้งหลายออกแบบทางจักรยานไว้อย่างดี เอาไว้ให้ปั่นกันเป็นจริงเป็นจัง

16. อินฟราสตรักเจอร์ ทั้งหลายถูกวางไว้รองรับ “ความเจริญ” ที่ออกแบบไว้ใหผู้คนลงแรง และ ดำเนินชีวิตตามแผนเหล่านั้น เหมือนมีโรดแม็ป ที่ไม่ได้เอ่ยแค่ลอยๆ ไปวันๆ แต่วางแผนจริงจังระยะยาว

17. คนจี นขึ้นชื่อเรื่องความขยันอยู่แล้ว ไม่ว่าหน้าไหนๆ ก็ดูขยันไปซะหมด ยิ่งเจริญเร็วคนก็ยิ่งกดดัน ต้องขยันขึ้นอีก เพราะถ้าไม่ขยันก็จะตกขบวนรถไฟสู่ความมั่งคั่ง ประเทศโตแบบนี้ ใครขยันก็รวยขึ้นได้ทุกคน

18. เมืองไกลๆ ยังขยายรอรับความเจริญที่กำลังแผ่ลามไปถึง เราเห็นเมืองใหญ่ที่ผู้คนยังมีความเป็นอยู่แบบเดิมๆ เหมือนตามเมืองไม่ทันอยู่หลายเมือง แต่เดาว่าอีกไม่นานก็จะพัฒนาคุณภาพชีวิตขึ้นมา

19. มหานครแล้วมหานครเล่า ที่เห็นทำให้นึกภาพทั้งประเทศเหมือนมี 40 กรุงเทพฯ อยู่ด้วยกัน หรือเว่อร์ๆ หน่อยก็ 40 ฮ่องกง หรือ 40 โตเกียว นี่มันประเทศแบบไหนกันนี่ มันเทียบเท่าเกือบๆ หนึ่งทวีปเลยนะ

20. สิ่งแวดล้อม น่าจะเป็นคำถามที่พยายามหาคำตอบ และ วิธีรักษาให้ยั่งยืน ทำยังไงกับการบริโภคทรัพยากรในระดับอภิมหาบริโภคเช่นนี้ไปตลอด

21. เสรีภาพย่อมเป็นคำถามจากสายตาคนภายนอก แต่ถ้าถามคนภายในประเทศส่วนใหญ่อาจตอบว่าไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าคนที่เคยสัมผัสเสรีภาพนอกประเทศมาก็จะโหยหาและเรียกร้อง แต่ก็ไม่มีพลังมากนัก ทั้งหมดนี้ที่เขียนมาใช่ว่าจะเห็นว่าวิธีของเขานั้นดีงาม เชื่อว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ไม่รู้และไม่เห็น นี่เป็นเพียงเปลือกนอกที่หุ้มห่ออยู่เท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าหากได้ผู้นำที่มีความสามารถนำพาประเทศไปได้ไกลจริงๆ

22. เมืองที่ขยายใหญ่ขึ้น ความเจริญที่กระจายออกไปมากขึ้น ไม่กระจุกตัว น่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนเช่นกัน เมืองที่สะอาดเป็นระเบียบน่าจะค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนให้เปลี่ยนแปลงไป รถไฟที่เงียบขึ้น ไม่เบียดเสียดกัน อาจทำให้ในอนาคตพูดเสียงเบาลงเหมือนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ไม่โฉ่งฉ่างเหมือนรุ่นพ่อแม่แล้ว

อีกห้าปีจี น จะมีหน้าตาอย่างไร น่าสนใจยิ่งนัก! จะโตไปได้เรื่อยๆ หรือจะโตแบบฟองสบู่ มึปัญหาอะไรรออยู่บ้างในอนาคต…? ว่าแล้วก็หันกลับมาดูบ้านเรา… เราเสียเวลากันไปเท่าไหร่แล้วหนอ..?

Cr. ที่มา : Sarawut Hengsawad

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *