คำแนะนำ 3 ข้อ กับการหวังดีอย่างไรให้ไม่กลายเป็นส่วนเกินของคนอื่น

คำแนะนำ 3 ข้อ กับการหวังดีอย่างไรให้ไม่กลายเป็นส่วนเกินของคนอื่น

เคยรู้สึกไหม… หวังดีแล้วไม่ได้ดี หวังดีแต่เขาไม่เห็นค่า บางครั้งก็โดนว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ซึ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับผู้ที่หวังดีไม่มากก็น้อย แต่ถ้าลองสังเกตดูดีๆแล้วจะพบว่า ความหวังดีที่เป็นส่วนเกินที่พบได้บ่อยนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

1. หวังดีแต่เป็นคนที่ไม่ใช่ คนที่ไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด

พูดง่ายๆ เลยคือ แม้ผลจะดียังไง อีกฝ่ายก็ไม่ชอบอยู่ดี บางครั้งอาจเกิดจากระดับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้สนิทสนมมากเพียงพอ

กรณีนี้ก่อนแสดงความหวังดีควรพิจารณาก่อนว่าความสัมพันธ์ของเรากับอีกฝ่ายเป็นอย่างไร เราเป็นคนที่อีกฝ่ายอยากได้รับความหวังดีหรือไม่ หากในกรณีที่ทำไปแล้วอีกฝ่ายไม่สนใจในความหวังดี ก็คงต้องทำใจและเลิกทำไป หรือหากยังอยากพยายามทำให้ต่อไป

( ซึ่งมักเกิดขึ้นในกรณีการตามจีบ ) ก็ต้องทำใจยอมรับไว้ก่อนเลยว่าอีกฝ่ายอาจไม่โอเคด้วยดังนั้นแล้ว หากให้สรุปง่ายๆ ก็คือ ต้องตระหนักไว้เสมอว่าความหวังดีไม่ได้แปลว่ามันจะดีทุกครั้ง ความหวังดีนั้นต้อง ถูกเรื่อง ถูกเวลา ถูกคน และไม่มากเกินไป จึงจะเป็นความหวังดีที่ดีจริงๆ

2. หวังดีแต่ ผิดที่ ผิดเวลา

กรณีนี้คือตัวสิ่งที่ทำไม่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาคือดันผิดเวลา ผิดกาลเทศะ จึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี

เช่น รู้มาว่าเพื่อนพึ่งหย่ากับสามี พอเจอหน้าเพื่อนเลยรีบถามด้วยความเป็นห่วงว่า “แกเป็นไงมั่ง เห็นว่าพึ่งหย่าเหรอ” ต่อหน้าเพื่อนอีกเป็นสิบคน ซึ่งความจริงเพื่อนก็อยากระบายและปรึกษาอยู่ แต่ไม่ใช่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้

แนวทางแก้ไข ก่อนแสดงความหวังดี ควรมองรอบๆก่อนสักนิดว่าจังหวะและเวลามันเหมาะสมจริงหรือไม่ก่อนที่จะแสดงความหวังดีออกไป

3. หวังดีแต่น่ารำคาญ

กรณีนี้อาจเกิดจากความ “เยอะ” หรือ “มาก” เกินไปของความหวังดี

ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อย คือการถามหรือบ่นอะไรซ้ำๆ เช่นแม่เป็นห่วงลูกมาก โทรถามทุกเย็นกว่าเลิกเรียนแล้วกลับบ้านรึยัง ซึ่งทำให้ลูกหงุดหงิดและรำคาญ หรือ ฝ่ายหญิงพูดเตือนแฟนทุกครั้งที่เล่นเกมส์เพราะ กลัวเสียสายตา จนอีกฝ่ายเบื่อ

แนวทางแก้ไข กรณีนี้จะเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่สิ่งที่แต่สร้างปัญหาคือความ “มากเกินไป” ของความหวังดี ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความกังวลของคนที่หวังดีนี่แหละ ดังนั้นการแก้คือต้องรู้ตัวแล้วลดความเยอะหรือบ่อยลงไป และ หาทางจัดการกับความกังวลของตัวเองให้ได้

บางครั้งการห่วงใย กลายเป็นก้าวก่ายไม่รู้ตัว และ ความหวังดีที่มาผิดที่ผิดเวลา อาจเรียกได้ว่า ‘เผือก’ เพราะ บางครั้ง ความหวังดีของเราอาจผิดที่ ผิดเวลา ผิดคน หรือ ผิดกาลเทศะ และ ความหวังดีของเราอาจไม่ทำให้คนพอใจเสมอไป

ความหวังดีไม่ใช่การยืนมองอยู่ในจุดเรา แบบแผนเราแล้วบอกให้คนอื่นทำตามเราแบบนี้นะแล้วจะดี ความความหวังดีไม่ใช่ไปจัดแจง หรือ บงการชีวิตคนอื่นมากเกินไป ต้องให้พอดี มีขอบเขตบ้าง ที่สำคัญคือ อิสระ ไม่ฝืน ไม่ต้องการควบคุม

ขอขอบคุณที่มา : verysmilejung

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *