7 สิ่งควรระวัง หากเกิดการล็อกดาวน์รอบที่สอง

7 สิ่งควรระวัง หากเกิดการล็อกดาวน์รอบที่สอง

จากตัวอย่างการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในต่างประเทศ เปิดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินได้อีกครั้ง แต่หลายพื้นที่ในต่างประเทศกลับมียอดติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในบ้านเราที่เพิ่งมีมาตรการผ่อนปรนคลายล็อกดาวน์เมื่อไม่นานมานี้ ก็ดูจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากเกิดการระบาดรอบ 2 ขึ้นมา อย่างที่ในหลายๆประเทศกำลังเจออยู่ ก็อาจจะมีการล็อกดาวน์รอบที่ 2 เกิดขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ของโควิด-19 และนี่คือ 7 สิ่งที่ควรจะระวัง หากเกิดการล็อกดาวน์รอบที่ 2

1. เงินเก็บจะเริ่มหมดไป หลายคนจะแย่กว่าเดิม

ตอนประกาศล็อกดาวน์ครั้งแรก บางคนก็ต้องตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว บางคนรายได้หายไปกว่าครึ่ง บางคนขายของไม่ได้ เพราะคนไม่มีเงิน เลยไม่มีคนซื้อ หลายคนที่ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ก็ต้องนำเงินที่เก็บไว้ออกมาใช้จ่ายใช้กินเป็นเวลาหลายเดือน

หากประกาศล็อกดาวน์ครั้งที่สอง คนที่ไม่มีเงินเก็บสำรอง จะเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพราะเงินเก็บถูกใช้ไปในรอบแรกจนหมดแล้ว กลายเป็นว่าเงินเก็บก็หมด เงินจะหาใหม่ก็ไม่มี

2. บริษัท และธุรกิจหลายแห่ง ที่จะต้องปิดตัวลง มีเพิ่มมากขึ้น

ตอนเกิดการระบาดครั้งแรกในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจเกิดผลกระทบ และส่งผลให้บริษัท โรงงาน และธุรกิจหลายๆแห่งต้องปิดตัวลง เพราะรับมือกับเหตุการณ์นี้ไม่ไหว แต่สำหรับบริษัทและธุรกิจที่ยังพอมีเงินสดติดมือ ก็ยังมีเงินจ่ายค่าจ้างให้พนักงานได้ และยังพอพยุง ดำเนินธุรกิจต่อไปได้

แต่หากเกิดการล็อกดาวน์รอบ 2 ทั้งบริษัทและโรงงานที่สามารถอยู่ได้ในรอบแรก ก็จะเริ่มไม่มีเงินเหลือพอแล้วเช่นกัน ถ้าหากไม่มีแผนการรับมือที่ดี ก็จะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับบริษัท และธุรกิจกลุ่มแรกๆที่ต้องปิดตัวลงไป

3. คนจะตกงานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

หากบริษัท โรงงาน และธุรกิจใหญ่ๆ ที่จ้างคนทำงานจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์รอบที่สอง และรับมือได้ไม่ทัน จนต้องปิดตัวลง สิ่งที่จะตามมาคือ ลูกจ้างจำนวนมากจะต้องถูกเลิกจ้าง และจำนวนคนว่างงานก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

4. คนมีความเครียดสะสม

เมื่อเกิดวิกฤตที่หนักขึ้นในบ้านเรา จนต้องมีมาตราการการล็อกดาวน์ครั้งแรก ผู้คนต้องอยู่แต่บ้าน ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ หรือออกไปได้ไม่สะดวกเหมือนเดิม จะเดินทางข้ามจังหวัดก็ไม่ได้ จะไปเที่ยวก็ไม่ได้ เป็นระยะเวลานานหลายเดือน เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก็เริ่มคลายล็อกดาวน์ หลายคนที่เก็บกดจากการอยู่บ้านเป็นเวลานานๆก็อยากจะออกไปท่องเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง อย่างช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ผู้คนพากันออกไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก

นั่นแสดงให้เห็นว่า ผู้คนมีความต้องการที่จะไปท่องเที่ยวเพื่อคลายเครียด เพราะต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลานาน จนทำให้บางครั้งก็เกิดความเครียดจนเกินไป แต่หากเกิดการระบาด จนต้องล็อกดาวน์รอบที่สอง ทุกคนก็ต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลานานๆอีกครั้ง ความเครียดก็จะสะสมเพิ่มมากขึ้น

5. เศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม

จากผลกระทบของโควิด-19 จนต้องมีหลายคนว่างงานหรือมีรายได้ลดลง ผู้คนไม่มีเงินในการจับจ่ายใช้สอย หรือเรียกได้ว่าประหยัดสุดๆ ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะกลัวการแพร่รอบสอง ส่งผลให้เศรษฐกิจต้องหยุดชะงักตามไปด้วย รวมถึงผลกระทบที่มาจากรอบแรกก็ยังไม่ได้ดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม

6. ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

หากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น จนต้องมีการล็อกดาวน์รอบที่ 2 จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องทำงานหนักมากขึ้นในการรักษาผู้ป่วย และหากมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากเหมือนในต่างประเทศ จะทำให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ มีไม่เพียงพอที่จะไปรักษาผู้ป่วยที่ไม่สบาย หรือที่เป็น โ ร ค อื่นๆ และต้องการรักษา เพราะต้องมารับมือกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19

7. ความปลอดภัยน้อยลง

ผู้คนว่างงานมากขึ้น เรื่องปากท้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเมื่อคนไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวกิน ก็ต้องไป ฉ ก ชิ ง วิ่ ง ร า วเพื่อเอาตัวรอด ให้มีเงินซื้อข้าวกิน และถ้ามีการล็อกดาวน์รอบที่ 2 ตำรวจก็จะต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น มีงานล้นมือ เพราะต้องตั้งด่าน จุดตรวจสะกัดตามพื้นที่ต่างๆ ป้องกันการเดินทางออกนอกพื้นที่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโ ร ค และอาจจะดูแลประชาชนได้ไม่ทั่วถึงในเรื่องของความปลอดภัยจากการ โ จ ร ก ร ร ม

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การคลายล็อกดาวน์ เพื่อเปิดธุรกิจต่างๆให้สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ แต่ก็จะมีการแพร่ของโควิด-19 ตามมา และอาจจะลุกลามไปอย่างรวดเร็ว แต่หากปิดการดำเนินการของธุรกิจนานเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชาชนจำนวนมากเช่นกัน

เรียบเรียงโดย : bitcoretech

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *