8 วิธีรับมือ หากโควิดยังอยู่กับเราไปอีกหลายเดือน

8 วิธีรับมือ หากโควิดยังอยู่กับเราไปอีกหลายเดือน

สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน และคงไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือ การเตรียมความพร้อมรับมือกับมันให้ดีที่สุด ไม่มีใครรู้ว่า โควิด-19 จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน อาจจะ 6 เดือน อาจจะ 1 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น

แต่ความเป็นอยู่ของเราที่ต้องใช้จ่ายใช้กินทุกวัน หรือแม้แต่ธุรกิจเองก็ตาม จะสามารถทรงตัวอยู่ในสถาการณ์ที่ไม่มีรายได้แบบนี้ไปได้นานแค่ไหน คำตอบคือ แค่ 1-2 เดือนเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จะเกิดผลกระทบใหญ่ตามมา ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับมันให้ได้ ด้วย 8 วิธีที่จะแนะนำ ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนกิจการให้เข้ากับบริบทในสังคม

ในหลายๆธุรกิจต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ธุรกิจจะอยู่ไม่ได้ ธุรกิจขายของ เริ่มใช้การขายออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการขายของ ธุรกิจการศึกษา โรงเรียนกวดวิชา ใช้ระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ รวมถึงธุรกิจอื่นๆก็ต้องหาคำตอบให้กับธุรกิจของตัวเอง เพื่อรับมือกับสภาพการใช้ชีวิตแบบใหม่ของสังคม

2. การท่องเที่ยวจะต้องหดหายไปหลายเดือน

ธุรกิจที่ไม่สามารถโยกได้ อย่างธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ก็ต้องปรับตัวและหาวิธีรับมือที่จะทำให้กิจการสามารถไปต่อได้ รวมถึงให้พนักงานยังอยู่ได้ด้วย โดยการกำหนดมาตรการและข้อบังคับเพื่อสร้างความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับนักท่องเที่ยว ที่จะกลับมาใช้บริการอีกครั้งได้อย่างไร้กังวล

3. เปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบ work from home

หลายๆบริษัทก็ต้องปรับตัวไปตตามสภาพ ซึ่งเราจะเห็นว่าหลายแห่งก็ได้มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้แล้ว (work from home) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้บริษัทยังสามารถเดินต่อได้ พนักงานยังมีงานทำอยู่และไม่ต้องเสี่ยงออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน ยังเป็นการช่วยลดรายจ่ายให้กับบริษัทได้อีกด้วย เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าจ้างแม่บ้าน ค่าจ้างรปภ. รายจ่ายส่วนนี้ก็ถูกตัดออกไปได้เยอะ ทางเลือกนี้อาจจะนำมาใช้หลังจากการ ร ะ บ า ด หายไปก็เป็นได้

4. เก็บเงินสดไว้ในมือให้ได้มากที่สุด

การมีเงินสดติดตัวไว้ หรือจะเป็นเงินฝากในบัญชีที่สามารถถอนได้ทันที เป็นการการันตีความคล่องตัวทางการเงินให้กับเราในระดับหนึ่งได้ เวลาที่เราต้องจับจ่ายใช้สอยในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เพราะในเวลานี้ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การมีเงินสดพร้อมใช้อีกแล้ว

5. ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ประหยัดให้ได้มากที่สุด

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สถานการณ์แบบนี้จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน และจะกลับมาเป็นปกติได้เมื่อไหร่ ดังนั้นเราจึงต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ใช้แค่สิ่งที่จำเป็นก่อน ที่สำคัญงดสร้างหนี้สินในระยะยาว ลดการสร้างภาระ ป้องกันปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง หากเหตุการณ์ยังย่ำแย่อยู่อีกนานเป็นปี

6. ดูแลรักษาร่างกายของตัวเองให้ดีที่สุด

งดออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น การดูแลสุขภาพของตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่เลย เพราะถ้าหากเราเจ็บป่วย แล้วต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลก็จะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับตัวเองขึ้นไปอีก และหากยิ่งมีผู้ป่วยมากขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลต่อการรักษาที่ลำบากมากยิ่งขึ้น สุดท้ายก็จะเป็นเหมือนกับหลายๆประเทศที่มี ผู้ ป่ ว ย มากกว่าที่โรงพยาบาลจะรองรับไหว และรักษาไม่ทัน

7. เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ถึงแม้ว่าสถานการณ์อาจจจะคลี่คลายลง และกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นทันที เพราะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูทั้งเศรษฐกิจ หรือแม้แต่พฤติกรรมของคนที่เคยชินกับการกักตัวอยู่แต่บ้านนานๆ ก็อาจจะชินกับการทำอาหารทานเองที่บ้าน และรู้สึกว่ามันประหยัดกว่า จึงหันมาทำกับข้าวทานเองมากขึ้น และความนิยมในการทานอาหารนอกบ้านก็จะลดลง ผู้ประกอบการด้านร้านอาหารจึงต้องปรับตัวให้ทันกับพฟติกรรมของสังคมที่เปลี่ยนไป อาจจะต้องมีการขายอาหารทางออนไลน์มากขึ้น

8. ไม่มีอะไรแน่นอน การปรับตัวให้ทันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สถานการณ์นี้ ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหนบ้าง บางประเทศก็ยังมี ผู้ ป่ ว ย เพิ่มขึ้น บางประเทศก็ลดลงไปมาก ส่วนบางประเทศก็ลดลงจนเกือบจะหมดแล้ว แต่ก็ยังกลับมาระบาดอีกรอบได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงไม่ควรชะล่าใจ และเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในทุกๆด้านให้ดี

ไ ว รั ส คงจะอยู่กับเราไปอีกหลายเดือน และต่อให้ไวรัสหมดไป เศรษฐกิจก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง แต่ปากท้องของเราคงทนไม่ได้ขนาดนั้น การเตรียมความพร้อมรับมือไว้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องทำ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *