ปุ่มรีโมทแอร์ ใช้ให้เป็นช่วยลดค่าไฟ แอร์เย็นขึ้น

ปุ่มรีโมทแอร์ ใช้ให้เป็นช่วยลดค่าไฟ แอร์เย็นขึ้น

เข้าสู่เดือนแห่งฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว อากาศก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ทุกบ้านจึงต้องมีอุปกรณ์ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับตัวเอง หลายบ้านก็ใช้ตัวช่วยอย่างพัดลม หรือไปแช่น้ำเย็นๆให้คลายร้อนลง บางบ้านก็สะดวกขึ้นมาหน่อย มีแอร์ช่วยทำความเย็นได้มากขึ้น

แต่การเปิดแอร์แต่ละครั้งก็กินไฟไม่ใช่น้อย จะให้เปิดไว้ทั้งวันทั้งคืนก็คงจะไม่ไหว วันนี้เราจึงมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่จะช่วยให้คุณเปิดแอร์ได้อย่างสบายใจมากขึ้น ลดค่าไฟลงกว่าเดิม

ใช้แอร์ให้ถูก ช่วยลดค่าไฟได้

1. เปิดพัดลมพร้อมกับการเปิดแอร์ การเปิดพัดลมไปพร้อมกับการเปิดแอร์ จะช่วยให้แอร์กระจายคาวมเย็นไปได้อย่างทั่วถึงทั้งห้อง ทำให้ภายในห้องเย็นได้เร็วขึ้นและแอร์ก็ไม่ต้องทำงานหนักด้วย

2. เพิ่มอุณหภูมิแอร์ตอนกลางคืน โดยปกติแล้วกลางคืนจะมีอากาศที่ค่อนข้างเย็นกว่ากลางวัน ดังนั้นเวลาจะเปิดแอร์ก่อนเข้านอน ก็ให้เพิ่มอุณหภูมิขึ้นสัก 1-2 องศา ก็จะช่วยลดค่าไฟไปได้มากเลยทีเดียว

3. ไม่ควรนำความชื้นเข้ามาในห้องแอร์ เพราะหลักการทำงานของแอร์จะใช้พลังงาน 30% ในการทำความเย็นและอีก 70% ในการลดความชื้น ดังนั้นการสร้างความชื้นในห้อง เช่น การตากผ้า จะยิ่งเพิ่มงานหนักให้กับแอร์ และเสียค่าไฟมากขึ้น

สำหรับแอร์ส่วนใหญ่ จะมีหลักการทำงานที่คล้ายๆกัน ไม่แตกต่างกันมาก หากดูที่ปุ่มรีโมทแอร์จะพบว่า มีฟังก์ชั่นให้เลือกที่เหมือนๆกันอยู่ และเมื่อเรากดปุ่มเลือกโหมดการทำงานไว้ แอร์จะจดจำโหมดที่เราเลือกไว้

แต่สงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้งเปิดแอร์แล้วไม่เย็น บางคนเข้าใจผิดคิดว่าแอร์อาจจะเสียแล้ว แต่จริงๆอาจจะเผลอไปกดเลือกโหมด FAN ไว้ จึงทำให้แอร์ไม่มีความเย็น มีแต่ลมพัดออกมา ก็เหมือนกับการเปิดพัดลมธรรมดา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเป็นกัน แต่เราสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ เพียงแค่เรากดกลับไปที่โหมด COOL แอร์ก็จะกลับมาเย็นตามปกติแล้ว

งั้นเรามาดูหลักการทำงานของแอร์กันดีกว่า เพื่อให้เข้าใจการทำงานของแอร์มากยิ่งขึ้น จะได้ใช้ประโยชน์ได้ถูกจุดประสงค์และหลักการทำงานมากที่สุด โดยทั่วไปแอร์จะมี 4 โหมดการทำงาน คือ AUTO, FAN, COOL, DRY แต่ในรุ่นใหม่ๆที่ผลิตออกมา จะมีระบบ HEAT ตามมาด้วย ซึ่งแต่ละโหมดจะมีหลักการทำงานดังนี้

โหมด FAN คือ โหมดพัดลมนั่นเอง

วิธีใช้ : กดปุ่ม Mode บนรีโมทคอนโทรลเลือกฟังชั่นก์ FAN

การทำงาน : เป็นโหมดที่สามารถปรับความเร็วลมได้ แต่ตั้งอุณหภูมิไม่ได้ และลมที่ออกมาไม่ใช่ลมเย็น ระบบจะตัดการทำงานของชุดคอนเด็นซิ่งยูนิตที่อยู่นอกอาคารออกไปเหลือไว้แต่เพียงชุดหรือคอยล์เย็นในอาคารที่ทำงานอยู่

คำแนะนำ : เมื่อเราใช้งานแอร์เสร็จแล้ว ก่อนจะปิดแอร์ควรเปิดโหมด FAN ไว้ประมาณ 15-20 นาที จะช่วยดูดความชื้นภายในห้อง และเป็นการช่วยลดกลิ่นอับลงได้ด้วย

โหมด COOL คือ โหมดทำความเย็น นิยมใช้งานมากที่สุด

วิธีใช้ : กดปุ่ม Mode บนรีโมทคอนโทรลเลือกฟังชั่นก์ COOL

การทำงาน : เราสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามใจชอบ โดยการทำงานจะทำความเย็นในและคงความความเย็นของอุณหภูมิห้องตามอุณหภูมิที่เราต้องการ

โหมด DRY คือ โหมดแห้ง หรือลดความชื้นในห้อง

วิธีใช้ : กดปุ่ม Mode บนรีโมทคอนโทรลเลือกฟังชั่นก์ DRY

การทำงาน : สำหรับโหมดนี้ แอร์จะช่วยปรับลดความชื้นในอากาศ ซึ่งจะดึงเอาความชื้นในอากาศให้กลั่นตั้วเป็นหยดน้ำให้มากที่สุด แต่โหมดนี้จะไม่สามารถ เพิ่ม-ลด อุณหภูมิได้ แต่โหมดนี้จะไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก

โหมด AUTO คือ โหมดอัตโนมัติ บางยี่ห้อใช้ว่าโหมด I FEEL

วิธีใช้ : กดปุ่ม Mode บนรีโมทคอนโทรลเลือกฟังชั่นก์ AUTO

การทำงาน : แอร์จะตั้งอุณหภูมิและความเร็วลมอัตโนมัติ ซึ่งแอร์จะปรับให้เหมาะสมกับอุณหภูมิห้องของเรา โดยวัดจากเซนเซอร์ สลับการทำงานระหว่างโหมด COOL และ DRY

โหมด HEAT คือ โหมดทำความร้อน

วิธีใช้ : กดปุ่ม Mode บนรีโมทคอนโทรลเลือกฟังชั่นก์ HEAT

การทำงาน : แอร์จะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในห้องเมื่อมีอากาศที่หนาวจัด

เมื่อเราเข้าใจวิธีการทำงานในโหมดต่างๆของแอร์แล้ว จะช่วยให้เราเลือกใช้งานได้ตรงตามจุดประสงค์และความสามารถของแอร์ได้มากที่สุด และที่สำคัญยังช่วยลดค่าไฟให้เราได้ หากเรารู้จักใช้แอร์ให้ถูกวิธี

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *