วิธีทำที่รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติด้วยตัวเอง ในงบ 0 บาท

วิธีทำที่รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติด้วยตัวเอง ในงบ 0 บาท

ใครที่รักการปลูกต้นไม้ แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล หรือรดน้ำต้นไม้เป็นประจำ อาจจะต้องมีเหตุจำเป็นที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหลายๆวัน แล้วเกิดเป็นห่วงต้นไม้ขึ้นมาละก็ เราขอแนะนำที่รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ ที่จะสามารถช่วยคุณรดน้ำต้นไม้ให้เอง เหมือนมีคนสวนประจำบ้านอยู่เลย นอกจากนี้ยังสามารถทำเองได้ง่ายๆ ด้วยงบที่ประหยัดสุดๆ

ไอเดียการรดน้ำแบบนี้ จะอาศัยความร้อนจากดวงอาทิตย์ รวมถึงความชื้นภายในดิน และ อากาศ เพื่อเป็นตัวควบคุมการให้น้ำสำหรับพืช ซึ่งมีการทดสอบการทำงานในกระถางกระจก เพื่อดูการซึมผ่านของน้ำลงสู่ผิวดินแล้วว่าสามารถใช้งานได้จริง เป็นเหมือนตัวตั้งเวลา เปิด/ปิด อัตโนมัติ ในการให้น้ำพืช ถ้าวันไหนอากาศร้อนมาก ก็จะให้น้ำที่มาก แต่ถ้าร้อนน้อย การให้นน้ำก็จะน้อยตามไปด้วย

หลักการทำงานของที่รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ คือ เมื่อดวงอาทิตย์ส่องมาโดนขวดชั้นนอกจนร้อน น้ำในขวดชั้นในก็จะระเหยออกมาสัมผัสกับขวดชั้นนอก กลั่นตัวเป็นไอน้ำหยดลงบนพื้นดิน และ ค่อยๆซึมลงไปในดิน ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะระเหยไปในอากาศ เพราะมีขวดครอบเก็บความชื้นไว้อีกชั้น วันไหนแดดจัดร้อนมาก น้ำก็ระเหยเยอะหน่อย วันไหนอากาศร้อนน้อยก็ระเหยน้อย

อุปกรณ์ที่ใช้

1. ขวดใบเล็ก

2. ขวดใบใหญ่

3. คัตเตอร์

ขั้นตอนการทำ

1. เริ่มจากนำขวดทั้งสองใบมาตัดออกกลางขวด ใบใหญ่เราจะใช้ส่วนบนของขวด ใบเล็กเราจะใช้ส่วนฐานของขวด

2. จากนั้นก็ขุดหลุ มเตรียมไว้ แล้วนำขวดใบเล็กที่ตัดแล้วไปวางในหลุ ม ใส่น้ำลงไป แล้วเอาดินกลบรอบๆขวดให้ทั่ว

3. แล้วนำขวดใบใหญ่มาครอบไว้อีกที ปล่อยทิ้งไว้รอให้แสงแดดส่องโดนมาจนเกิดความร้อน

เราสามารถดัดแปลงขวดพลาสติกเหลือใช้ทุกขนาด ไม่ว่าจะขวดเล็ด ขวดใหญ่ มาประยุกต์ใช้ในแปลงผักของเราได้ หากเป็นแปลงผักที่เป็นแนวยาว ก็ใช้ขวดหลายๆใบ นำไปทำไว้ตามแนวยาวของผัก น้ำก็จะรดไปทั่วถึงทั้งแปลง

หากเป็นพืชที่มีขนาดใหญ่ ก็ใช้ถังขนาดใหญ่ให้พอดีกับผัก สามารถปรับใช้ได้ตามขนาดของพืชที่เราต้องการรดน้ำ ตามความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิด

มีไว้ที่บ้านสักอัน ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการรดน้ำอีกต่อไป เพราะมีคนช่วยดูเเลให้แล้ว ช่วยให้คุณสะดวกและยังมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกมากมาย นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยคุณประหยัดเงินในกระเป๋า ไม่ต้องเสียเงินจ้างคนสวนให้ยากเลย และยังเป็นการนำขวดที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์อีกด้วยนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : postnoname

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *