อย่าตัดสินว่าคนอื่นผิด เพียงเพราะคิดว่าเราถูก

อย่าตัดสินว่าคนอื่นผิด เพียงเพราะคิดว่าเราถูก

“ทำแบบนั้นทำไม…ทำแบบนี้สิดีกว่า” หลายคนมักจะเคยได้ยินจากคนอื่น หรืออาจจะเคยใช้พูดกับคนอื่น การที่เราจะบอกให้ใครทำอะไรนั้น ต้องดูด้วยว่าเรายืนอยู่ในจุดไหน

บางคนชอบตำหนิคนอื่น ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องง่ายๆ แต่คุณไม่ใช่เขา คุณไม่ได้ยืนอยู่จุดนั้น ไม่ได้มีความกดดันเหมือนกับคนที่เจอเอง คุณไม่มีทางเข้าใจว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจแบบนั้น จนกว่าคุณจะได้ยืนอยู่ในจุดเดียวกัน

ทุกคนต่างต้องการทางออกในทุกปัญหา และเขาต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากจะเลือกทางที่แย่กว่าหรอก แต่เพราะมุมมองของเขาในตอนนั้น เขามองเห็นทางแค่นั้น แต่คนที่มองจากข้างนอกจะเห็นได้ทั้งหมด ในหลายๆสถานการณ์ถึงต้องมีที่ปรึกษา เพื่อคอยมองภาพรวม คอยให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาให้

เหมือนเกมส์การแข่งขัน หรือกีฬาที่แข่งกัน ทำไมต้องมีโค้ชในการแข่ง เพราะนักกีฬาจะมีความกดดัน ความเหนื่อยจากการออกแรง ทำให้มุมมองการแก้เกมส์อาจจะมองเห็นได้ไม่หมด แต่โค้ชอยู่นอกสนาม ไม่ได้รับความกดดันเหมือนนักกีฬา เขาจะมองเห็นทั้งสนาม และสามารถแก้ปัญหา จุดอ่อนที่คนเล่นมองไม่เห็นได้

เราทุกคนอยู่โลกเดียวกัน แต่ก็เหมือนอยู่คนละใบ เพราะยืนอยู่คนละที่

เรายืนอยู่คนละจุด มองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวไม่เหมือนกัน

คนที่กำลังออกรถป้ายแดง กับคนที่กำลังจะถูกยึดรถ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน

คนที่เพิ่งถูกขอแต่งงาน กับคนที่เพิ่งถูกแฟนบอกเลิก ความรู้สึกมันคนละโหมดกัน

คนที่ไปโรงพยาบาลเพื่อนอเห็นหน้าลูกที่เพิ่งเกิดครั้งแรก

กับคนที่ไปรอรับแม่จากห้องดับจิต เพื่อเห็นหน้าครั้งสุดท้าย หัวใจเขาเต้นคนละจังหวะกัน

ดังนั้นเราไม่ควรตัดสินคนอื่น จากจุดที่เรากำลังยืนอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ “อย่าตัดสินว่าคนอื่นผิด เพียงเพราะคิดว่าเราถูก”

อย่าไปคิดแทนคนอื่น หรือตัดสินใจแทนเขา อย่าบอกว่า “ทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมถึงทำอย่างนี้” “ทำไมแค่นี้คิดไม่ได้” มันไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร มีแต่ทำให้เขารู้สึกแย่ เปลี่ยนจากคำตำหนิ เป็นการให้กำลังใจจะดีกว่า