อาหารเย็น มื้ อ เ จ็ บ ป่ ว ย ชอบทานบุฟเฟ่ต์มื้อดึกต้องรู้ไว้

อาหารเย็น มื้ อ เ จ็ บ ป่ ว ย ชอบทานบุฟเฟ่ต์มื้อดึกต้องรู้ไว้

นายแพทย์ บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ ที่เป็นทั้งหมอ เป็นทั้งคน ป่ ว ย ด้วยโ ร คยอดนิยมในปัจุจุบัน และ รักษาตนเองจนหาย อีกทั้งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รักษาคนไข้มากมาย ได้นำประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมา มาบรรยายสรุปถึงข้อดีของการไม่ทานมือเย็นว่าส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

โดยให้คำอธิบายไว้ว่า… ” การกินมื้อเย็น โดยเฉพาะ มื้อค่ำอย่างบุฟเฟ่ชุดใหญ่ตอนกลางคืนนั้น เป็นมื้อที่เร่งกระบวนการเสื่อมของร่างกายให้เร็วขึ้นไปอีก “

โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินของคนในสมัยนี้ บวกกับวิถีชีวิตที่ต้องแข่งกับเวลาในการเข้างาน ทำให้ไม่ค่อยทานมื้อเช้ากัน มื้อเที่ยงก็ต้องรีบทานรีบไปเข้างานต่อในช่วงบ่าย และ นิยมออกไปเลี้ยงฉลองทานมือดึกแบบจัดหนักกันเป็นเรื่องปกติ

กินอิ่มกลับมาก็นอนเลย อาหารยังย่อยไม่หมด ก็เป็นกรดไหลย้อนตามมาอีก ใครที่นอนแล้วตื่นเช้ามาแสบคอ คอแห้ง คันคอ นั่นแหละ อาการเริ่มต้นของกรดไหลย้อน

ถ้าเปรียบตัวเราเป็นรถยนต์ ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน หรือ กินมื้อเช้า รถจึงจะวิ่งได้ หากถึงเที่ยงน้ำมัน ยังไม่หมด เติมอีกครั้ง ถึงเย็น ก่อนนอน ก็ยังไม่หมด ( ให้ดูพระเป็นตัวอย่าง ไม่ทานมื้อหนักๆหลังเที่ยงเป็นต้นไป และ เข้านอนเร็ว )

เพราะฉะนั้น ถ้ากินมื้อเช้า มื้อเที่ยง ให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย พลังงานยังเหลือจนถึงเย็น แน่นอน ไม่จำเป็นต้องไปกินเพิ่มอีก เพราะ ส่วนที่เหลือก็จะถูกเก็บไว้เป็นไขมัน ทำให้ ” อ้ ว น “

เวลานอนเป็นเวลาที่ร่างกายต้องพักผ่อน เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องซ่อมแซมตัวเอง ต้องฟื้นฟูอวัยวะต่างๆในร่างกาย และ ขับสาร พิ ษต่างๆออกจากร่างกาย หากเราทานมื้อเย็นร่างกายจะไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ขับของเสียออกจากร่างกาย

อีกทั้งยังเข้าไปสะสมเพิ่ม เพราะ อาหารที่เราเพิ่มเข้าไปในมื้อเย็นแต่ย่อย ร่างกายนำพลังงานไปใช้ไม่หมด ก็จะนำไปเก็บในที่ต่างๆ โดยตับเป็นผู้ทำงานนี้ ถ้าพลังงานเหลือมาก การเอาไปเก็บในที่ต่างๆก็มาก ทำให้ อ้ ว น

แน่นอนถ้าเก็บไม่หมดโดยเฉพาะพวกไขมันตัวโตๆ จะต้องค้างอยู่ใน ห ล อ ด เ ลื อ ด ถ้าค้างสะสมมากเท่าใด รู ห ล อ ด เ ลื อ ด ก็จะเล็กลงทุกวัน ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง อวัยวะทั้งหลาย ก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น หรือ แ ก่ เ ร็ ว ขึ้ น

ถ้าวันไหน อุ ด ตั น เช่นถ้าตันที่สมอง จะกลายเป็นคนพิกา ร อัม พา ต ครึ่งซีก ถ้าตันที่กล้ามเนื้อหัวใจ ก็อาจจากไปโดยไม่ทันตั้งตัว

ดังนั้น มื้อเย็นจึงเป็นมื้อ ” อั น ต ร า ย “ เป็นมื้อ ” ต า ย ผ่ อ น ส่ ง “ ยิ่งกินมื้อเย็นมาก ยิ่งผ่อนส่งมาก ถ้าเป็นไปได้ไม่ทานมื้อเย็นได้จะเป็นเรื่องดี ร่ายกายเสื่อมช้า อายุยืน กินสายกลาง คือ กินมื้อเช้า และ มื้อเที่ยง งดมื้อเย็น

มื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่ไปรบกวนการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ร่ายกายต้องใช้พลังงานอย่างหนักในการเผาผลาญอาหารมื้อเย็น ยิ่งกินในปริมาณที่เยอะ ก็ยิ่งเร่งให้ร่างกายทำงานหนักกว่าปกติ ฉะนั้น จึงหมายความว่า การกินมื้อเย็นมาก ยิ่ ง ต า ย เ ร็ ว

การไม่กินอาหารมื้อเย็นเป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่างมาก ถ้าใครทำได้จะตัดทั้งกิเลส สุขภาพดี อายุยืน ได้ประโยชน์ทั้งกาย และ ใจ แต่อย่าทำทันที เพราะ ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน ต้องค่อยๆเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากฝึกกระเพาะให้เกิดความเคยชิน

วิธีฝึกมีด้วยกัน 3 วิธี ที่ได้ผลดังนี้

1. ค่อยๆลดปริมาณอาหารมื้อเย็นลง เช่น ลดกินข้าวจาก 2 จาน เหลือ 1 1/2 จาน สัก 3-4 เดือน ให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว ต่อไปไม่กินข้าวเลยกินแต่ กับข้าว ต่อไปกินผักผลไม้ สุดท้ายงดอาหารเย็น โดยมีข้อแม้ว่า หลัง 6 โมงเย็นแล้วห้ามกินอาหารใดๆทั้งนั้นยกเว้นน้ำเปล่า

2. ร่นเวลากินอาหารเย็น เช่นจาก 2 ทุ่มมากิน 1 ทุ่ม ต่อไปเลื่อนเป็น 6 โมงเย็น 5 โมงเย็น 4 โมงเย็น 3 โมงเย็น กระทั่งเวลาในการกินรวมเป็นมื้อเที่ยงมื้อเดียว

3. ใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะใส่ในถ้วยน้ำแกงหรือน้ำเปล่าคนแล้วดื่มทันที ดื่มน้ำตามอีก 4-5 แก้ว

เมื่อไม่ทานมื้อเย็น ร่างกายก็มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ไม่ต้องไปย่อยอาหาร ตับอ่อนก็ไม่ต้องทำงานหนัก ( หน้าที่คือขับสาร พิ ษต่างๆ ที่มากับอาหารออกจากร่างกาย ) และ พิ ษ ในอาหาร ที่ติดมากับมื้อเช้า มื้อเที่ยง ก็จะค่อยๆถูกขับออกไปหมดได้ทันในตอนค่ำ ทำให้ร่างกายได้พักผ่อน และ ฟื้นฟู ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่

Cr. ขอบคุณข้อมูลความรู้ดีๆจาก : นายแพทย์ บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ , เรียบเรียงเพิ่มเติมโดย bitcoretech

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *