อาหารที่ซื้อมา ห้ามใส่ตู้เย็นทั้งถุงพลาสติกเป็นอันขาด

อาหารที่ซื้อมา ห้ามใส่ตู้เย็นทั้งถุงพลาสติกเป็นอันขาด

เมื่อเราไปจับจ่ายซื้อของตามร้านค้า หรือตามตลาดทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าก็จะใส่ถุงพลาสติกให้เรา และเมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่หลายๆคนทำก็คือ การยัดของกินเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผักสด ผลไม้ เ นื้ อ สั ต ว์ ต่างๆ เข้าตู้เย็นทั้งๆที่ยังอยู่ในถุงพลาสติกอยู่ ซึ่งการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเป็น อั น ต ร า ย และส่งผลต่อสุขภาพของเรา

1. มีความชื้นสูง ทำให้อาหารเสียคุณภาพ

เพราะเวลาที่เรานำผักใส่ในถุงพลาสติก จะทำให้ผักมีความชื้นสูง และยิ่งนำเข้าตู้เย็นยิ่งทำให้มีความชื้นสูงมาก และง่ายต่อการเพาะตัวของ แ บ ค ที เ รี ย ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพของผัก ผลไม้ต่างๆนั้นลดลง

ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Zhang Qian ศูนย์ควบคุมและป้องกัน โ ร ค แห่งชาติของจีนด้านโภชนาการและสุขภาพ ได้ให้คำแนะนำว่า หากต้องการใช้ถุงพลาสติก หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ควรจะใช้ในการใส่อาหารในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพื่อเป็นการให้ถุงพลาสติกสัมผัสกับอาหารได้น้อยที่สุด

2. เป็น ส า ร ก่ อ ม ะ เ ร็ ง

ถุงพลาสติกนั้นมีแบบปลอด ส า ร พิ ษ ถูกผลิตมาเพื่อใช้ใส่อาหารโดยเฉพาะ และแบบมี พิ ษ ซึ่งแบบมี พิ ษ ก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาสัมผัสกับอาหารโดยตรง เพราะอาจจะทำให้ ส า ร ที่เคลือบอยู่บนถุงพลาสติกถูกถ่ายโอนไปในอาหารของเราได้ ซึ่งที่ถุงพลาสติกจะมี ส า ร เหล่านี้

– เบนโซไพรีน (Benzopyrene) มักจะมากับถุงพลาสติกสีสันสดใส ซึ่งเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิล และมี ส า ร ประกอบเพื่อให้เกิดสีสันสดใส คือ เบนโซไพรีน ซึ่งถือว่าเป็น ส า ร ก่ อ ม ะ เ ร็ ง ชนิด ร้ า ย แ ร ง องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัย ม ะ เ ร็ ง ได้ประกาศว่า เบนโซไพรีนเป็น ส า ร ก่ อ ม ะ เ ร็ ง ในกลุ่มที่ 1 ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า ส่งผลให้เกิด ม ะ เ ร็ ง ในร่างกายมนุษย์อย่างแน่นอน หากไปสัมผัสกับอาหาร จะถูกถ่ายโอนไปยังอาหารได้

– พาทาเลต (Pthalate) ได้มีการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Uppsala ในสวีเดน พบว่า ส า ร พาทาเลต (Pthalate) ที่อยู่ในพลาสติก จะเข้าไปทำลายการผลิตอินซูลิน และยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิด โ ร ค เบาหวานในผู้สูงอายุอีกด้วย

– พลาสติไซเซอร์ (Plasticizers) ซึ่งเป็น ส า ร ที่อยู่บนผิวหน้าของถุงพลาสติก เมื่อใช้ถุงพลาสติกใส่อาหารอุณหภูมิสูงกว่า 50℃ พิ ษ ในถุงพลาสติกจะถูกขับออกมาและซึมเข้าไปในอาหาร และเมื่อมนุษย์รับประทานอาหารที่สัมผัสกับถุงพลาสติกเข้าไปมากๆ ก็จะไปสะสมในร่างกาย ผ่านไปนานๆจะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง

3. ไม่มีที่ระบายอากาศ ทำให้ สู ญ เ สี ย คุณค่าทางโภชนาการ

การคุมอาหารด้วยถุงพลาสติก ทำให้ผัก ผลไม้ ไม่มีออกซิเจน และเกิดการเปลี่ยน ส า ร อาหารเป็น acetaldehyde และ แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นครวเปลี่ยนจากการห่อถุงพลาสติก เป็นการใช้แรปห่ออาหารแทน เพราะแรปห่ออาหารถูกออกแบบมาสำหรับห่ออาหารโดยเฉพาะ ช่วยระบายอากาศและรักษาความสดของอาหารไว้ได้นานอีกด้วย

คำแนะนำในการจัดเก็บอาหารในตู้เย็น

– ผลไม้ ให้วางในแนวตั้ง หากมีขั้วให้เอาด้านขั้วตั้งขึ้น เพื่อเป็นการกักเก็บวิตามินไว้ได้นาน แล้วค่อยเอาเข้าตู้เย็น

– ผลไม้ปอกเปลือก ให้นำไปแช่ในน้ำเย็นก่อน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดออกซิเดชันและรักษาสีเดิมของผลไม้ไว้ และให้ผลไม้ยังคงความกรอบหวานไว้

– ผักประเภทหัว จะง่ายต่อการเก็บ แต่การเก็บไว้โดยมีดินติด จะดีที่สุด และนำไปวางไว้ในที่อากาศถ่ายเทและเย็น

– หัวไชเท้า ให้นำใบออกก่อน แล้วใช้แรปพันก่อนนำไปแช่ในช่องผัก จะเก็บไว้ได้ 7-10 วัน

– มะเชือเทศ ให้วางโดยเอาด้านขั้วคว่ำลง และควรวางห่างๆไม่ซ้อนทับกัน

– พริกหวาน ควรใส่ในถุงซิปล็อคจะดีที่สุด เพราะเมื่อโดนความเย็นจะค่อยๆนิ่มลงเรื่อยๆ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกกับการสัมผัสอาหารโดยตรง แต่ควรจะใส่ในภาชนะที่เหมาะสมจะดีที่สุด หรือใช้ถุงพลาสติกประเภทปลอด ส า ร พิ ษ ที่ทำมาจากพอลิเอทิลีน (polyethylene), พอลิโพรไพลีน (polypropylene), และเมลามีน (melamine) ที่ผลิตมาให้สามารถใช้บรรจุอาหารได้ ไม่เป็น อั น ต ร า ย ต่อร่างกายของเรา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : LIEKR

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *