สำหรับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรทำเป็นประจำ

สำหรับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรทำเป็นประจำ

1. ทำตัวเหมือนหมากรุก

ที่บอกว่าควรทำตัวแบบหมากรุก นั่นก็เพราะว่า…

เวลาจะลุก จะยืน จะเดิน จะนั่งคิดดีๆ เดินช้าๆ

ค่อยๆคิด ค่อยๆเดิน เหมือนการเดินหมาก

ที่ต้องคิดภาพ วางแผน และ ทำเป็นขั้นตอน ช้าแต่ชัวร์

อายุมากแล้ว ร่างกายไม่ได้ยืดหยุ่น กระดูกไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน

เกิดพรวดพราด ล้มลุกคลุกคลานขึ้นมาจะลำบาก

ล้มตอนอายุเยอะ ไม่ได้ล้มแค่เราคนเดียว มันล้มทั้งกระดาน

รวนไปทั้งบ้าน ต้องลำบาก เสียเวลาให้ลูกหลานมาดูแลอีก

2. กินอยู่แบบแมวเดิน

นั่นก็คือ กินเหมือนย่องเบา กินช้าๆ ค่อยๆกิน กินทีละน้อยๆ กินบ่อยๆได้

แต่… อย่ากินเยอะ อย่ากินจุ ระบบทางเดินอาหารไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว

กินแบบมูมมาม จะสำลัก ขึ้นปากขึ้นจมูกเอาได้ง่ายๆ

กินน้อยก็ย่อยเร็ว สบายตัว ไม่อืดท้อง และ ต้องเลือกกิน

เห็นแมวไหม เป็นสัตว์ที่เอาแต่ใจ ค่อนข้างเลือกกิน

เราก็เหมือนกัน ต้องเลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

3. นอนเหมือนคน เ ม า

เมื่ออายุมากแล้วต้องนอนให้พอ หลับให้สนิท อย่าไปคิดมากจนนอนไม่หลับ

หินก็กิน ง่วงก็ให้นอน โดยเฉพาะเวลากลางคืน นอนอย่าให้เกินสี่ทุ่ม

กลางวันถ้ารู้สึกง่วง ให้หาเวลางีบ สักสิบห้านาทีก็ยังดี หรือ ครึ่งชั่วโมงจะรู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะ

เพราะ อายุเยอะแล้ว ร่างกายอ่อนล้าง่าย ต้องพักผ่อนเยอะๆ

อย่าไปโหมงานหนักเหมือนสมัยก่อน เพราะ ร่างกายมันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

4. ฝึกบินออกจากรังให้เหมือนนก

นกที่นอนอยู่รังเป็นนกที่กำลังกกไข่ แต่… เราอายุปูนนี้ แล้วจะเอาไข่ที่ไหนมากก

ลูกหลานที่เคยกก ก็พากันบินออกจากรังไปสร้างรังใหม่กันหมดแล้ว

ไอ้ไข่ที่มีเหลืออยู่ก็ไม่มีโอกาสฟักเป็นตัวแล้ว รีบบินออกจากรัง เมื่อยังบินไหว

อย่านั่งจับเจ่าอยู่กับบ้านตลอดวันตลอดคืน จนกลายเป็นคนติดเก้าอี้ ติดเตียงไป

จะบินไปใกล้ ไปไกล ขอให้บินออกไปบ้าง ไปดูภายนอก เพื่อเพิ่มพลังภายในใจ

ไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆ หรือ ไปเปิดหูเปิดตาเที่ยวต่างประเทศได้ยิ่งดีเลย

คนที่ได้ไปเที่ยวไกลๆจะเป็นคนสดชื่นไม่เหี่ยวเฉา

ไม่เหมือนพวกคนชราที่ติดเตียง ไม่นานก็กลับบ้านเก่า

5. หัดให้อารมณ์เหมือนกิ่งไม้ไหว

ไหวพริ้วไปตามลมบ้าง นิ่งบ้าง เงียบบ้าง

บางครั้งไม่ได้ดั่งใจบ้าง ก็ให้เข้าใจได้ว่า

มันเป็นกฏของธรรมชาติ ที่ย่อมเกิด ตั้งอยู่ และ ดับไป

เหมือนเวลากิ่งไม้หัก ไม่เห็นมันร้องไห้ฟูมฟาย เสียอกเสียใจ

แต่มันจะรีบงอกกิ่งใหม่เพื่อฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาทดแทนให้เร็วที่สุด

เราเองก็เช่นกัน เมื่อถึงเวลาสูญเสียสิ่งใดก็ต้องเข้าใจมันให้เร็วที่สุด

เอาธรรมะที่มีธรรมชาติเป็นแบบอย่างมาทดแทนความเสียใจ

แล้วชีวิตในบั้นปลายก็จะมีความสุข ด้วยความเข้าใจธรรมะ

ที่เป็นธรรมชาติ ของความเป็นธรรมดานั่นเอง

6. หัดออกกำลังกายให้ติดเป็นนิสัย

ออกกำลังกายเป็นประจำ ให้ร่างกายเคยชิน

ให้เหมือนกับว่า วันไหนไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้เอาเหงือออก

จะรู้สึกหงุดหงิด ครั่นเนื้อครั่นตัว อะไรทำนองนั้นเลย

แล้วเราจะเป็นคนสูงอายุที่สุขภาพแข็งแรง

ไม่ต้องมานอนติดเตียง ลำบากให้ลูกหลานมาดูแล

Cr. ขอบคุณบทความดีๆจาก : ดร.พนม ปีย์เจริญ , chit-in

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *