หากรถโดนชน อย่าเสียรู้ประกัน ถ้าไม่อยากพลาดเงินก้อนโต

หากรถโดนชน อย่าเสียรู้ประกัน ถ้าไม่อยากพลาดเงินก้อนโต

สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนตัว มักจะทำประกันภัยรถยนต์ไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดสิ่งที่คาดไม่ถึง ก็จะได้มีคนช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้ได้บ้าง แล้วสำหรับเราในกรณีที่เป็นฝ่ายถูกชน จะสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง และต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ของเราไป ไปดูกันเลย

คุณ Somchet J. Mhin ได้แชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอกับตัวเองเกี่ยวกับการเรียกเงินจากประกันมาเล่าให้ฟัง…

เขาเคยถูกรถชนท้าย ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวรถเข้าบ้านพอดี และยังต้องเสียเวลาเอารถเข้าศูนย์เพื่อซ่อมรถ ใช้เวลาเป็นเดือนๆ และเหตุก็มาจากบริษัทประกันที่ไม่อยากที่จะรับผิดชอบ พยายามที่จะบ่ายเบี่ยงต่างๆ และด้วยความที่ประกันไม่อยากจะรับผิดชอบ จึงทำให้เกิดความไม่พอใจ และอยากที่จะสั่งสอนให้เข็ด

โดยการเรียกเคลม “ค่าขาดประโยชน์” ไปทั้งหมด 45 วัน วันละ 1,000 บาท และยังมีค่าเสื่อมสภาพรถ รวมเป็นเงินทั้งหมด 50,000 กว่าบาท บริษัทประกันจึงต่อรองขอจ่ายแค่ 20,000 บาท ก็เลยยื้อเวลานิดหน่อย และสุดท้ายก็ได้มาเป็นเงินจำนวน 25,000 บาท เพราะไม่อยากเสียเวลา และวุ่นวายไปมากกว่านี้ คิดไว้ว่าได้เท่านี้ก็ดีกว่าไม่ได้

ที่ยกตัวอย่างให้ดู ก็เพื่อที่อยากจะบอกคนอื่นๆว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเราเป็นฝ่ายถูก เรามีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหม ค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้รถ และคู่กรณียังต้องซ่อมแซมรถของเราให้อยู่ในสภาพเดิมอีกด้วย ในทางกลับกัน หากเราเป็นฝ่ายผิดไปชนเขา คู่กรณีก็มีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหม และค่าขาดประโยชน์จากเราได้เช่นกัน

หลายคนยังไม่รู้ถึงเรื่องนี้ จึงทำให้เสียผลประโยชน์ที่เราควรจะได้รับ และกลายเป็นว่าบริษัทประกันก็ไม่ยอมบอกเรา และได้ประโยชน์ไปแทน โดยที่จะไม่ต้องเสียค่าสินไหม ค่าขาดประโยชน์ในส่วนนี้ให้กับเรา ดังนั้นเมื่อเพื่อนๆทราบกันแล้ว หากถูกชน และทางเราเป็นฝ่ายถูกก็อย่าลืมรักษาสิทธิของเราอย่างเต็มที่ด้วยการเรียกค่าสินไหม และค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถยนต์จากทางบริษัทประกันกันด้วยนะคะ

นอกจากนี้ คุณ Somchet J. Mhin ยังได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารต่างๆที่จะต้องใช้ในการเรียกค่าเสียหายค่าสินไหม และอื่นๆ ว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเตรียม และตัวอย่างในการเขียนจดหมายขอค่าสินไหม

เอกสารที่ใช้ในการขอสินไหมค่าขาดประโยชน์

– สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

– สำเนาใบเคลม

– สำเนาใบรับรถ (จากอู่ที่นำรถไปซ่อม และมีการลงวันที่ว่ารับรถวันไหน)

– สำเนาทะเบียนรถ (เป็นการแสดงว่า ใครเป็นเจ้าของรถ หากรถติดไฟแนนซ์ ให้นำสำเนาสัญญาไฟแนนซ์มาด้วย)

– ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ไม่มีรถใช้ เช่น ค่าเช่ารถ หรือค่ารถโดยสาร

– ใบมอบอำนาจ (หากไม่ได้ไปดำเนินการด้วยตัวเอง)

– จดหมายขอค่าขาดประโยชน์ โดยมีตัวอย่างการเขียนดังนี้

วันที่ … เดือน … ปี …

เรื่อง ขอเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม

เรียน แผนกสินไหมทดแทน บริษัท……………………………………………

เอกสารแนบ

1. สำเนาบัตรประชาชน

2. สำเนาทะเบียนรถ

3. สำเนาใบเคลม

4. สำเนาใบรับรถ

ข้าพเจ้า นายxxxxx xxxxxxxx เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อ …. รุ่น …. หมายเลขทะเบียน xx xxxx ถูกรถยี่ห้อ …. ของบริษัท …………………….. หมายเลขทะเบียน xx xxxx เลขกรมธรรม์ XXXXXXXXXX (เหตุการร์ที่เกิดขึ้น ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร) เมื่อวันที่ …. เดือน … ปี ….

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียหายดังนี้ (ตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของเรา)

1. แผงท้ายบุบ

2. บังโคลนหลังซ้ายขวาบุบ

3. กันชนหลังบุบและฉีก

4. ไฟท้ายซ้ายขวาแตก

ข้าพเจ้าได้จึงได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ของบริษัท …………………………….. ซึ่งเป็นอู่ในเครือของ ………(บริษัทประกัน)………. ในวันที่ ………………… ซ่อมเสร็จ วันที่ …………………. ใช้ระยะเวลาซ่อม … วัน

ข้าพเจ้าทำงานในตำแหน่ง …………. ของบริษัท …………………….. ซึ่งปกติจะใช้รถยนต์ส่วนตัวในการไปทำงานและติดต่อกับลูกค้า เฉลี่ยวันละ ประมาณ 100-200 กม./วัน ในระหว่างที่นำรถเข้าซ่อมนั้น ข้าพเจ้าต้องใช้บริการรถแท็กซี่ในการเดินทางแทนและมีความไม่สะดวกในการเดินทางอย่างมาก

ดังนั้น จึงขอเรียกสินไหมดังต่อไปนี้

1. ค่าเสื่อมสภาพรถจากอุบัติเหตุ 10,000 บาท

2. ค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถ 1,000 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 46 วัน รวม 46,000 บาท

และหลายคนก็ยังไม่รู้ และไม่เข้าใจเงื่อนไขของประกันภัยที่เราได้ทำไว้ จนทำให้เสียสิทธิ์และประโยชน์ของเราไปเช่นกัน มาดูกันว่า หากเรามีประกันภัยชั้น 1 เราจะได้ปรโยชน์อะไรบ้าง

หากเรามีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไม่ว่าคุณจะเกิดเหตุกรณีใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะมีใบขับขี่หรือไม่มี ทางประกันจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ครอบคลุมแทบทุกกรณีที่กฎหมายกำหนด

– คุ้มครองรถยนต์ที่เอาประกัน โดยคุ้มครองตั้งแต่การถูกชน สูญหาย หรือแม้แต่น้ำท่วม

– คุ้มครองคู่กรณี หากเกิดอุบัติเหตุ ทางประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้ให้กับคู่กรณีแทนเรา

– คุ้มครองตัวบุคคลในรถที่เอาประกัน ทั้งจากอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันผู้ขับขี่

ซึ่งจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขในกรมธรรม์ของบริษัทต่าง ๆ และอาจมีความแตกต่างกันไป ผู้ซื้อประกันจึงควรที่จะศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆของแต่ละบริษัทเพื่อเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับก่อนตัดสินใจซื้อ

ขอขบคุณข้อมมูลจาก : Somchet J. Mhin, unseencar

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *