ท่ามกลางวิกฤต ทำให้เราได้เห็น 4 สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

ท่ามกลางวิกฤต ทำให้เราได้เห็น 4 สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

1. เห็นท่าทีที่แท้จริงขององค์กร และ บริษัท ที่ทำงานอยู่

องค์กรบางแห่งอ้างว่าได้รับผลกระทบจากโควิด และ แบกรับภาระค่าใช้จ่ายเงินเดือนไม่ไหว อาจถือโอกาส เลิกจ้าง หรือ ปลดพนักงาน ( ที่อยากจะปลดออกอยู่แล้ว ) ในขณะที่ทุกคนต้องพึ่งพารายได้จากงานประจำอย่างมากในช่วงนี้ และ การหางานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

องค์กรบางแห่งมองว่าพนักงานเป็นทรัพยากรณ์ที่มีคุณค่าของบริษัท พยายามดูแลพนักงานให้ดีที่สุด แน่นอนว่าทุกคนได้รับผลกระทบจากเหตุการนี้ แต่หลายๆบริษัทก็ไม่ลดเงินเดือน หรือ ลดแต่ก็ยังจ้างอยู่ในระดับที่บริษัทแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไหว ไม่ปลดใครออก พยายามประคับประคองให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาแบบนี้ไปได้ เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ พนักงานที่มีประสบการณ์ก็กลับมาทำงานต่อได้โดยทันที

2. เห็นท่าทีที่แท้จริงของคนที่ฉวยโอกาส และ คนที่มีน้ำใจ

บางคนก็แอบกักตุนสินค้า โดยมองว่าเป็นโอกาสทำเงิน ทำกำไรจากความทุกข์ร้อนของคนอื่น สินค้าพวก หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ เจลล์ล้างมือ หรือแม้แต่ไข่ไก่ จึงมีราคาแพง และ ขาดตลาดไปอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง

ขณะที่บางคน บริจาคเงินเป็นล้าน จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาล หาซื้อหน้ากากอนามัยมา และ เจลล์ล้างมือ หรือแม่แต่ข้าวสารอาหารแห้ง และ สิ่งของจำเป็น แจกจ่ายให้กับคนที่ได้รับความเดือดร้อน

3. พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอาชีพที่มั่นคงไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป

อาชีพบางอาชีพที่ถูกมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส หรือแม้แต่ไกด์นำเที่ยว ในประเทศที่การท่องเที่ยวบูมมากอย่างไทย ตกงานกันหมด ยังไม่รวมไปถึงอาชีพที่เกี่ยวกับ งานบริการ พนักงานขับรถสาธารณะ และ อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า

ขณะที่บางอาชีพยังสามารถทำงานแบบ Work from Home ได้ในช่วงนี้ ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือ หากเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก

4. พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการมีเงินออมอย่างน้อย 3-6 เดือน คือเรื่องสำคัญ

หลายคนเดือดร้อนหนัก เพราะ ที่ผ่านมาไม่เคยคิดที่จะเก็บเงินเลย ก็พอเข้าใจอยู่บ้างสำหรับหลายๆคนรายได้น้อยจริงๆ ใช้แบบเดือนชนเดือนก็ไม่เป็นไร แต่บางคนรายได้พอประมาณ แต่ติดหรู ติดเที่ยว สร้างหนี้มาโดยตลอด โดยหวังพึ่งแค่เงินเดือนจากงานประจำเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดโควิด ตกงาน ทุกอย่างก็จบ

บางคนเดือดร้อนแต่ไม่หนักเกินไป เพราะ ไม่ฟุ่มเฟือน ใช้ชีวิตพอเพียง เก็บเงินมาโดยตลอด เคยชิบกันการ กิน อยู่ อย่างประหยัด จึงปรับตัวใหัเข้ากับสภาวะแบบนี้ได้ไม่ยาก เมื่อถึงคราวฉุกเฉินก็มีเงินสำรองไว้ใช้ ทำให้ดำเนินชีวิตไปได้อีกหลายเดือน

เวลาดูคนที่ดีที่สุดคือ… ” ดูตอนเกิดวิกฤต ” ตอนนี้แหละเหมาะสมที่สุด…!!

อยากรู้ว่าใครทำหน้าที่ของตนเองได้ดี ก็ให้ดูได้ในตอนนี้แหละ พนักงานที่ขยันขันแข็งจะมีวินัยในการทำงานหรือไม่หากต้อง Work from Home

บริษัทที่เราทำงานอยู่ และ ทีมผู้บริหารมีศักยภาพมากแค่ไหนในการบริหารจัดการกับวิกฤตที่เกิดขึ้น มีเงินสำรองมากแค่ไหน ฐานะทางการเงินเข้มแข็งหรือไม่

เศรษฐีจะเห็นแก่ตัวหรือไม่ก็ดูได้จากน้ำใจที่เขาหยิบยื่นให้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก หรือยังเอารัดเอาเปรียบ รอฉกฉวยโอกาสอยู่

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *