สังคมสมัยเหมือนควายไถนา หมาได้กินข้าว

สังคมสมัย เหมือนควายไถนา หมาได้กินข้าว

กาลครั้งหนึ่ง ชาวนาได้เลี้ยงสัตว์ไว้ 2 ตัว
เพื่อให้ช่วยชาวนาในการทำนา นั่นก็คือ ควาย และสุนัข
ทุกๆวันตอนเช้า ชาวนาจะให้ควายกับสุนัข ออกไปไถนาเพื่อไว้ปลูกข้าว
และเมื่อถึงพักเที่ยง ชาวนาก็จะเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยของงานที่พวกมันทำไว้

ซึ่งทุกๆวัน ควายจะเป็นคนไถนาอย่างขยันขันแข็ง
ส่วนสุนัขก็ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักผ่อนนอนกลางวัน
แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ชาวนาจะมานา สุนัขจะชอบตื่นมาทำงานให้เห็นตลอด

วันหนึ่ง ควายได้ทำงานไถนาแต่เช้าจนเหนื่อย แต่ก็ทำจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงได้ไปอาบน้ำล้างตัว และพักผ่อนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จนเผลอหลับไป
ในขณะที่สุนัขก็นอนจนอิ่ม และเมื่อรู้เวลาว่าชาวนากำลังจะเข้ามา
จึงได้ลุกไปเดินรอบๆนาที่ควายได้ไถไว้หมดแล้ว บนท้องนาจึงเต็มไปด้วยรอยเท้าสุนัข

เมื่อชาวนาเข้ามาที่ทุ่งนา สุนัขก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยสภาพที่เปรอะไปด้วยโคลน
พร้อมบอกว่า ตนได้ทำงานให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ชาวนาได้แต่ชื่นชมสุนัขที่ตั้งใจทำงาน ขยันขันแข็ง แล้วก็เหลือบไปเห็นควายนอนหลับอยู่

จึงได้ต่อว่าควาย ที่อู้งาน ไม่ยอมช่วยสุนัขทำงาน และลงโทษควายไม่ให้กินข้าว
แต่ให้ไปกินหญ้าแทน ส่วนสุนัขก็จะให้ข้าวกินอย่างดี พร้อมกับให้อยู่ในบ้าน

จึงเป็นที่มาของคำว่า “ควายไถนา ได้กินหญ้า แต่ ห ม า ได้กินข้าว”
หากจะเปรียบเทียบกับคนเราในสังคม ก็คงจะมีให้เห็นอยู่ไม่น้อย
คนที่มักจะชอบประจบประแจง และเคลมเอาผลงานคนอื่นเป็นของตัวเอง
ในขณะที่อีกคนต้องนั่งทำงานอย่างหนัก แต่เจ้านายก็ไม่เคยที่จะเห็นหัว

แล้วก็แปลกที่เจ้านายมักจะชอบคนแบบนี้ ทำงานไม่เป็น ขอแค่ประจบเก่ง
อยู่เป็น ก็สามารถเลื่อนตำแหน่ง เจริญในหน้าที่การงานได้
แต่กับคนที่ตั้งใจทำงานจริงๆ กลับไม่ได้รับผลตอบแทนเท่าที่ควรจะเป็น