กระเจี๊ยบเขียว ผักพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณเป็นเลิศ

กระเจี๊ยบเขียว ผักพื้นบ้าน ที่มีสรรพคุณเป็นเลิศ

กระเจี๊ยบเขียวเป็นผักที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะไม่ว่าจะลวก ย่าง หรือนำไปผัด กระเจี๊ยบเขียวก็มีรสชาติที่เด็ดอร่อย จนหลายคนกินได้แบบไม่หยุดเลยทีเดียว ผักรสชาติดีอย่างกระเจี๊ยบเขียวจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก

แต่นอกจากจะนำไปทำเมนูอาหารได้หลากหลายแล้ว กระเจี๊ยบเขียวยังมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพหลายด้านมากๆ จะมีสรรพคุณและวิธีการนำไปรับประทาน เพื่อ รั ก ษ า โ ร ค ได้อย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

สูตรน้ำกระเจี๊ยบเขียว แก้โ ร ค เ บ า ห ว า น

1. กระเจี๊ยบเขียวสด 2 ชิ้น

2. น้ำแร่บรรจุขวด 1 ลิตร

3. รากต้นหอม

4. กระเทียมต้น (Leek) 1 ต้น

ขั้นตอนการทำ

1. เริ่มจากล้างกระเทียมต้นให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ แล้วนำไปพักไว้ในถ้วย

2. จากนั้นก็เทน้ำแร่ลงไปแช่รากต้นหอม

3. แล้วตัดปลายของกระเจี๊ยบเขียวใส่ลงไปในน้ำแร่ ทิ้งไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

วิธีรับประทาน

ให้ดื่มส่วนผสมนี้แทนน้ำดื่มปกติทุกๆเช้า หรือตลอดทั้งวันจนกว่าจะหมด และทำใหม่ สำหรับใช้ดื่มในเช้าวันต่อไป เพื่อ รั ก ษ า โ ร ค เ บ า ห ว า น

นอกจากกระเจี๊ยบ จะมีประโยชน์ในการ รั ก ษ า โ ร ค เ บ า ห ว า น แล้ว ก็ยังมี สรรพพคุณทางยา ที่ช่วยรั ก ษ าอาการอื่นๆได้อีกมากมาย ดังนี้

1. ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล

เพราะเส้นใยของกระเจี๊ยบจะช่วยจัดการไขมันปริมาณสูงกับน้ำดี จึงมีส่วนช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลได้

2. ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร

เมือกลื่นจากฝักกระเจี๊ยบจะช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ทำให้ไม่เกิดการระคายเคือง

3. ช่วยลดอาการกรดไหลย้อน

ทำโดยการนำฝักกระเจี๊ยบมาต้มในน้ำเกลือแล้วใช้กินแก้อาการอาการกรดไหลย้อน

4. ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย

การรับประทานกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายได้

5. ช่วยป้องกัน โ ร ค ก ร ะ ดู ก พ รุ น

เนื่องจากในกระเจี๊ยบเขียวนั้นมีวิตามินเคสูง ซึ่งจะช่วยให้กระดูกดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น

6. ช่วยป้องกันอาการหลอดโลหิตตีบตัน

7. ช่วย รั ก ษ า โ ร ค ความดันโลหิต รั ก ษ า ความดันให้เป็นปกติ

8. ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย

ส่วนที่เป็นเมือกลื่นของกระเจี๊ยบเขียวมีใยอาหารชนิดที่ไม่ละลายน้ำอยู่มาก ทำให้เมื่อรับประทานเข้าไปจะไม่ถูกย่อย จึงทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น และสามารถถ่ายออกมาได้ง่ายกว่าปกติ

ข้อควรระวังในการทานกระเจี๊ยบ

1. สำหรับคนที่กำลังใช้ ย า ต้านการแข็งตัวของโลหิตไม่ควรรับประทานกระเจี๊ยบเขียวมากเกินไป

2. ผู้ ป่ ว ย เ บ า ห ว า น ที่ต้องการใช้กระเจี๊ยบเขียวช่วยลดระดับน้ำตาลในโลหิต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

3. ในกระเจี๊ยบเขียวมีออกซาเลตสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัย เ สี่ ย ง ทำให้เกิดนิ่ วใน ไ ต ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : postsara

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *