ในหลวงท่านเคยถูกตำรวจบีบแตรไล่ขณะติดไฟแดง

ในหลวงท่านเคยถูกตำรวจบีบแตรไล่ขณะติดไฟแดง

หลายคนมักจะไม่ชอบเคารพกฏระเบียบทางจราจร เพราะเห็นว่ามันไม่สำคัญ และด้วยความที่ใจร้อน จึงมักทำให้เกิด อุ บั ติ เ ห ตุ กันอยู่บ่อยๆ บนท้องถนนตามที่เห็นในข่าว เราจึงอยากจะให้ทุกคนได้ลองอ่านเรื่องนี้ดู

มีเรื่องเล่าที่ ดร. สุเมธ ท่านเป็นคนเขียนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เมื่อในหลวงถูกตำรวจบีบแตรไล่ ขณะที่ติดไฟแดงอยู่ (เอกสารต้นฉบับดังในภาพด้านล่าง)

ท่านดร. สุเมธ ได้เล่าเอาไว้ว่า ” เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อ 30 กว่าปีก่อน บนถนนใน กทม. มีรถคันหนึ่งได้ขับไปบนถนนโดยในรถคันดังกล่าวมีเพียงชายผู้หนึ่งที่กำลังขับรถอยู่เพียงคนเดียว “

ซึ่งในระหว่างที่ขับไปนั้น ชายดังกล่าวก็ได้แวะข้างทาง เพื่อซื้อกาแฟ และได้ขับรถต่อมาจนถึงสี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง ชายดังกล่าวก็ได้จอดติดไฟแดงอยู่ตามปกติ

สักพักก็ได้มีรถตำรวจคันหนึ่งขับนำขบวนมา และได้บีบแตรไล่รถคันที่ชายผู้นั้นจอดติดไฟแดง เพื่อให้หลบทาง และรถตำรวจยังได้พูดผ่านไซเรนว่า ” นี่เป็นรถนำขบวนรัฐมนตรี ให้รถของชายดังกล่าวหลบไป “ แต่รถของชายผู้นั้นก็ไม่ได้หลบให้แต่อย่างใด

จนกระทั่งมีตำรวจได้ลงมาจากรถ และเดินตรงมายังรถของชายดังกล่าว เมื่อมาถึงรถคันนั้นทั้งตำรวจและรัฐมนตรีได้นั่งลงไปกับพื้นทันที เหมือนกับว่าขาทั้งสองข้างได้อ่อนแรงลงไปทันใด และเงยหน้ามองดูชายตรงหน้าด้วยอาการตัวสั่น ซึ่งชายผู้นั่นที่พวกเขาทั้งคู่ได้เห็น ก็คือ ชายที่มีรูปอยู่บนธนบัตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง

นหลวงได้ตรัสถามรัฐมนตรีและตำรวจติดตามว่า… “ พวกท่านจะรีบไปไหนหรือถึงกับจะต้องฝ่าไฟแดง… ข้าพเจ้ายังรอติดไฟแดงได้เลย… ”

รัฐมนตรีไม่ตอบได้แต่นั่งเงียบ และ กราบลงบนพระบาทและในหลวงก็ได้ทรงขึ้นรถ ตำรวจที่นำขบวนรัฐมนตรีมานั้นก็ได้ทูลว่า… “ ให้ข้าพระพุทธเจ้าขับรถนำรถพระที่นั่งของพระองค์ไปมั้ยพุทธเจ้าข้า ”

ในหลวงตรัสว่า… “ เราไม่ต้องการให้ท่านมานำขบวนรถเราหรอก เราขับไปเองคนเดียวได้ ท่านไปนำรถของท่านรัฐมนตรีเถอะ ”

เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว จากนั้นในหลวงก็ได้ทรงขับรถออกไปจากสี่แยกนั้น โดยไม่ได้มีรถตำรวจนำไปแต่อย่างใด…

ท่านทรงสอนให้รู้ว่า… ท่านทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ก็ยังเคารพในกฎหมายระเบียบวินัย และ กฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นคนใหญ่คนโตแค่ไหน ทรงอิทธิพลเพียงใด ก็ควรที่จะปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบวินัยจราจรด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน

Cr. ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก : ดร. สุเมธ , postjung

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *