สำเร็จได้ ในแบบคนขี้เกียจ ก้าวสู่ความรวย ด้วยความขี้เกียจ

สำเร็จได้ ในแบบคนขี้เกียจ ก้าวสู่ความรวย ด้วยความขี้เกียจ

หลายคนอ่านหัวข้อก็อาจจะสงสัยว่า การเป็นคนขี้เกียจ จะก้าวสู่ความรวยได้จริงหรอ ซึ่งบางคนก็มักจะมองว่า คนรวยคือคนขี้เกียจ แล้วก็กลายเป็นว่า ไม่พากันทำอะไรเลย วันๆเอาแต่นั่งๆนอนๆ แล้วหวังรอเพิ่งโชคลาภ แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ไปไหน ชีวิตก็ยังอยู่ที่เดิม

แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง การเป็นคนรวย ในแบบฉบับของ คนขี้เกียจ ที่เป็นคนขี้เกียจแบบก้าวหน้า จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

1. ฝึกทำอะไรสักอย่างติดกัน เป็นเวลา 14 วัน

หากอยากจะเริ่มทำให้อะไรให้กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ให้เริ่มจากฝึกทำอย่างต่อเนื่องให้ได้ 14 วัน แล้วต่อไปคุณก็จะทำสิ่งนั้นได้แบบอัตโนมัติ โดยที่คุณจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากอีกต่อไป เช่น การออกกำลังกาย หากใครที่คิดว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ก็ให้คุณลองกลั้นใจทำให้ได้ครบ 14 วัน หรือการตื่นเช้าและเข้านอนให้เป็นเวลา จะทำให้ร่างกายของคุณสดชื่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

2. แบ่งย่อยเป้าหมายให้เล็กลง ให้สำเร็จง่ายขึ้น

หากคุณตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ คุณอาจจะเริ่มท้อก่อนที่จะไปถึงเป้าหมาย ดังนั้นลองแบ่งย่อยเป้าหมายที่คุณต้องการให้เล็กลงมา แล้วเริ่มทำจากเรื่องเล็กๆ แล้วค่อยๆเริ่มทำไปทีละขั้น เหมือนเป็นขั้นบันไดเล็กๆ คุณก็จะมีกำลังใจที่จะพิชิตเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

3. ขี้เกียจได้ แต่อย่าทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์

ปกติทั่วไปของคนเรา จะมีช่วงเวลาที่สำคัญ ที่เรียกว่ามีสมาธิในการจดจ่อ และทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเวลานั้นแตกต่างกันไป บางคนอาจจะเกิดขึ้นในตอนเช้าตรู่ บางคนอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างวัน หรือบางคนก็อาจจะเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ก่อนนอน

ดังนั้นเราจึงต้องหาช่วงเวลานั้นของตัวเองให้เจอ ว่าช่วงไหนคือช่วงที่เราจะมีสมาธิและสามารถจดจ่อในการทำบางอย่างอย่างจริงจังได้นานๆ และใช้เวลานั้นให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้งานออกมาสำเร็จ แล้วหลังจากนั้นเราก็ค่อยใช้เวลาไปกับการพักผ่อน หรือทำอะไรไร้สาระบ้าง เพื่อเป็นการผ่อนคลายสมอง

4. อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราขี้เกียจได้ยาก

หากการที่เราอยู่ในห้องคนเดียว แล้วทำให้เราอยากจะนอน หรือไม่มีสมาธิในการทำสิ่งที่เราตั้งใจไว้ ลองเอาตัวเองไปอยู่ในแวดล้อมที่กระตุ้นตัวเองได้มากขึ้น อย่างการไปนั่งในห้องสมุดที่มีคนมาอ่านหนังสือเยอะๆ ก็จะทำให้เราอยากอ่านมากขึ้น หรือการนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ เปลี่ยนแวดล้อมใหม่ๆเพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆมาใช้ในงานได้ เป็นต้น

5. เลือกทำกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้กำไร

เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ แต่มันก็มีความยุติธรรมกับทุกคน เพราะแต่ละคนไม่ว่าจะ รวย หรือ จน ต่างก็มีเวลาเท่ากันทุกวัน 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่ทำให้คนเรานั้นต่างกัน คือการใช้เวลาไปกับอะไรต่างหาก ดังนั้นเราควรที่จะเลือกทำอะไร ที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าเวลานั้นสูญเปล่า อย่างเช่น การฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษในขณะที่ขับรถ เราไม่ได้บอกให้คุณทำอะไรพร้อมกันหลายๆอย่าง แต่ในบางบริบทที่คุณสามารถทำอย่างอื่นเพิ่มได้ และมันไม่ไปรบกวนสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ก็ให้คุณทำซะ

6. อย่ากดดันตัวเองจนเกินไป

บางครั้งการกดดันตัวเอง เพื่อหวังจะให้ผลลัพธ์ออกมาดี อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป เพราะการที่เราเจอแรงกดดันที่มากเกินไป จะทำให้เราเครียด และการทำงานบนความเครียดก็ไม่ช่วยให้ผลงานของเราออกมาดีกว่าเดิมได้หรอกนะ สู้ทำงานด้วยความสุขไม่ดีกว่าหรอ

7. ให้ร่างกายได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่

การจะทำอะไรให้สำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากต้นทุนที่ดีเสียก่อน และต้นทุนที่ดี คือ ร่างกายที่แข็งแรงพร้อมที่จะทำงานนั่นเอง ดังนั้นเราควรให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เข้านอนให้เร็ว และนอนให้เป็นเวลา ตื่นมาพร้อมกับเช้าที่สดใส ไม่ควรทำกิจกรรมอย่างอื่นบนที่นอน เพราะจะทำให้ร่างกายของเราแยกแยะไม่ออกว่าส่วนไหนคือที่พักผ่อนจริงๆกันแน่ และจะส่งผลทำให้นอนหลับยาก อย่างเช่น การดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน

8. ให้ตัวเองได้ขี้เกียจบ้าง

ร่างกายของเราไม่ใช่เครื่องจักร ต้องมีวันเสื่อมโทรมบ้างเป็นธรรมดา และหากวันใดที่เราไม่สบาย ร่างกายอ่อนแอ ก็ไม่ควรที่จะฝืนร่างกาย หากเราสามารถลางานได้ ก็ควรจะลาพักผ่อน ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองบ้าง เพราะหากคุณฝืนใช้ร่างกายมากๆ นอกจากงานจะออกมาไม่ได้ประสิทธิภาพแล้ว ร่างกายก็อาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้

บิล เกตส์ เคยกล่าวไว้ว่า..

“ผมมักเลือกคนขี้เกียจให้ทำงานยากๆ เสมอ เพราะพวกเค้าจะหาวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำมันให้สำเร็จ”

บางครั้งคนเราอาจจะไม่จำเป็นตต้องเป็นคนที่ทำงานหนัก เพื่อให้ได้งานที่มาก แต่เราต้องเป็นคนที่ทำงานอย่างมีความคิด มีแบบแผนในการทำงาน ทำงานออกมาให้มีประสิทธิภาพ อาจจะใช้เวลาให้น้อยที่สุด และผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

เพื่อที่เราจะได้เหลือเวลาไปทำอย่างอื่นในชีวิตบ้าง อาจจะใช้เวลาที่เหลือทำเรื่องไร้สาระบ้าง ไม่ให้เครียดกับชีวิตเกินไป หรืออาจจะใช้เวลาที่เหลือเป็นคนขี้เกียจดูบ้างก็ยังได้ และนั่นแหละคือการก้าวสู่ความรวยในแบบฉบับคนขี้เกียจ เป็นผู้ที่ต้องการให้งานเสร็จไวขึ้น เพื่อให้ตนเองมีเวลาขี้เกียจได้เรื่อยๆ

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก : parinyacheewit

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *