ทิ้งไม่ลง… สัญญาณเตือนคนชอบ “เก็บสะสมของ”

ทิ้งไม่ลง… สัญญาณเตือนคนชอบ “เก็บสะสมของ”

เคยสังเกตุที่บ้านของคุณไหมว่า ห้องเก็บของ ทำไมมีของเยอะแยะ ทั้งๆที่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะได้เอาของในนั้นออกมาใช้ซะเท่าไหร่ บางอย่างก็ไม่เคยได้ใช้เลย แต่ก็ยังเก็บมันไว้เหมือนเดิม จนล้นห้องเก็บของ

ในห้องของคุณมีสิ่งของที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช้มันอีกแล้วเป็นครั้งที่สอง แต่ก็ยังเก็บไว้โดยตัดใจทิ้งไม่ลงเสียที คุณมีของที่ไม่จำเป็นเหล่านี้แอบซ่อนอยู่ที่ชั้น ในตู้เก็บของหรือตู้เสื้อผ้าของคุณอยู่หรือเปล่า เช่น นิตยสารที่ซื้อเมื่อหลายปีก่อน แผ่นซีดีของนักร้องที่เมื่อก่อนเคยชอบ ชุดที่ใส่ไม่ได้แล้ว กระเป๋ารุ่นตกยุค เป็นต้น

พนักงานบริษัทหญิงคนหนึ่งเล่าว่า ”ตอนนี้มีลังกระดาษที่ไม่ได้เปิดอยู่สามลัง นับตั้งแต่ย้ายบ้านใหม่เมื่อสองปีก่อน มิหนำซ้ำข้างในนั้นใส่อะไรไว้บ้างก็จำไม่ได้แล้วด้วยค่ะ” ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้น แต่เชื่อว่าในห้องของคนส่วนใหญ่ย่อมต้องมีสิ่งของที่รู้ทั้งรู้ว่าจากนี้คงไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ยังตัดใจทิ้งไม่ลงอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อถามเหตุผลที่ไม่ยอมทิ้งสิ่งของไม่จำเป็น ก็ให้คำตอบกลับมาว่า “พอคิดว่าสักวันอาจต้องใช้ขึ้นมา ก็เกิดรู้สึกเสียดายที่จะทิ้ง” แต่นั่นมันดูเป็นเหมือนข้ออ้างมากกว่า เพราะจริงๆแล้วคุณรู้ดีว่า ต่อให้ทิ้งไปก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนใหญ่โตให้แก่ตัวเอง และหากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ค่อยหาซื้อใหม่ก็ยังได้

คุณเป็นคนประเภทแบบนี้หรือเปล่า ถ้าคุณตอบว่าใช่ อาการแบบนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเสี่ยงเป็น โ ร ค จิ ต ประเภทหนึ่งด้วยนะ เราเรียกว่า “ โ ร ค เ ก็ บ ส ะ ส ม ข อ ง ”

หลายคนอาจชอบเก็บสะสมของบางชิ้นเหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างคนปกติ กับ “ โ ร ค เ ก็ บ ส ะ ส ม ข อ ง ” คือ คนปกติจะเก็บของที่ตัวเองชอบเอาไว้จำนวนหนึ่ง ไม่มากจนเกินไป และเก็บอย่างเป็นที่เป็นทาง

แต่สำหรับ “ โ ร ค เ ก็ บ ส ะ ส ม ข อ ง ” จะเก็บของเอาไว้มากจนส่งผลกระทบกับตัวเอง เช่น เก็บจนไม่มีที่เดินในบ้าน เก็บจนฝุ่นเต็มบ้านเป็นสาเหตุให้เกิดภูมิแพ้ เก็บหนังสือกองเหนือหัว หรือเก็บจนล้นกองเต็มบ้านโดยไม่สามารถจัดให้เป็นที่เป็นทางอย่างเรียบร้อยได้อีกต่อไป

ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงนิสัยได้เป็นอย่างดี ส่วนมากมักเป็นคนที่ลึกๆ ในใจ มีความคิดว่า “ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง” คิดว่าที่เป็นอยู่นั้น เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตัวเอง ทำให้มักไม่ค่อยพัฒนาตัวเอง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรารถนาความสุข แต่ถ้าหาก ”ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง” แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร

ขอบคุณข้อมูลจาก : someting-about

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *