สาวยาคูลท์ขายมา 40 ปี ซื้อที่ 60ไร่ มีเงินเก็บ 2.6ล้าน แนะวิธีบริหารเงิน 3 ข้อ

สาวยาคูลท์ขายมา 40 ปี ซื้อที่ 60ไร่ มีเงินเก็บ 2.6ล้าน แนะวิธีบริหารเงิน 3 ข้อ

ในขณะที่หลายๆคนกำลังท้อแท้ หมดกำลังใจ รู้สึกว่าไม่ได้มีทุนดีเหมือนคนอื่นๆ จะสร้างตัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้นคงจะยาก ไม่ได้ทำอาชีพที่มีรายได้สูงๆ เรียนจบก็ไม่สูง แต่เราอยากจะให้เปลี่ยนความคิดซะใหม่ และคิดไว้ว่า ทำอาชีพไหนก็รวยได้ ถ้าคุณคือ คนจริง โดยเรามีเรื่องราวของพี่สายันห์ พนักงานขาย ย า คู ล ท์ คนนี้ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

คุณ “สายันห์ ธุรีวรรณ์” พนักงานขาย ย า คู ล ท์ รุ่นบุกเบิก เริ่มขายตั้งแต่สมัยขวดละ 3 บาทจนถึงปัจจุบันขวดละ 8 บาท ซึ่งเธอทำงานในอาชีพนี้มาแล้วกว่า 40 ปี ปัจจุบันอายุ 58 ปี เริ่มขายตั้งแต่ อายุ 18 ปี

เธอได้เล่าเรื่องราวชีวิตของเธอว่า “ดิฉันเกิ ด ที่บ้านสามง่าม อ.หันคา จ.ชัยนาท มีพี่น้อง 5 คน ตอนแรกไม่รู้จะหางานอะไรทำ ไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ เพราะเรียนจบ ชั้น ป.7 ทางบ้านกิจการรถ 6 ล้อของพ่อก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย จนขายทิ้งหมด ส่วนลูกผู้หญิงสมัยนั้น ทำกับข้าวให้สามีทานก็พอแล้ว ไม่ต้องเรียนหนังสือ พี่สาวคนโตไม่ได้เรียน พี่ชายคนรองได้เป็นตำรวจ และดิฉันเป็นลูกคนกลาง น้องสาวทำนาทำไร่ดูแลพ่อแม่ ส่วนน้องชายคนสุดท้องก็จบเพียงชั้นม.6”

จนกระทั่งเธอได้แต่งงานและย้ายมาอาศัยกับสามีที่ย่านรังสิต และ ได้มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ ย า คู ล ท์ ซึ่งตอนแรกก็แอบหวั่นๆว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะทำ และเธอได้ทำงานที่แรกเขตสีลม จากนั้นย้ายไปเป็นเขตพัฒนาการ

ในยุคนั้นยังไม่มียาพาหนะที่ทันสมัยแบบสมัยนี้เท่าไหร่นัก เป็นยุคที่ต้องปั่นจักรยาน เธอปั่นเป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร เคยปั่นล้มบ้างของที่จะเอาไปส่งลูกค้ากระจายเต็มพื้น แต่ก็ต้องปั่นไปให้ถึงบ้านลูกค้า เพื่อไปกล่าวคำว่า “ขอโทษ”

เมื่อ 10 ปีก่อนนี้ ถือว่าขายดีมาก ขายดีจนมีเวลาว่าง เพราะ บริษัทผลิตไม่ทันความต้องการของลูกค้า ซึ่งเคยขายได้มากที่สุดวันละ 1,300-1,700 ขวด แต่ตนก็ไม่เคยปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ จึงใช้เวลาว่างตรงนี้ไปเรียนต่อที่ กศน. แต่ก็มีคนถามว่าอายุ 40 ปี จะมาเรียนทำไม สุดท้ายเรียนจนจบ ม.6 ได้สำเร็จ นับเป็นความภูมิใจที่สร้างรอยยิ้มได้อย่างมีความสุข

พี่สายันห์ ได้เล่าถึงมุมมองการทำงาน และเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมาย…

“เคยนะที่โดนลูกค้าพูดไม่ดีใส่หน้า เพราะ ของไม่เพียงพอส่งให้ลูกค้า ดิฉันไม่เคยโกรธพวกเขาเลย แต่กลับขอบคุณเขา ด้วยซ้ำที่ให้โอกาสเรา อุดหนุนเรา ลูกค้าทุกคนเสมอภาคกัน ถ้าเราซื่อสัตย์กับลูกค้า ลูกค้าก็ซื่อสัตย์กับเรา “

นอกจากเรื่องงานแล้ว เธอยังมีความภูมิใจอย่างมากกับการบิหารเงินจนชีวิตมีทุกอย่างได้แบบนี้ โดยจะแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน 1.เงินเก็บออม 2.เงินใช้หนี้ และ 3.ค่าใช้จ่ายในบ้าน

เธอและสามีช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว รู้จักใช้เงิน จนเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงในการทำงาน สามารถซื้อที่ดินได้ 34 ไร่ ซื้อที่นาอีก 2 แปลง 13 และ 9 ไร่ และซื้อที่ดินในเขตเทศบาล จ.ชัยนาท ไว้อีก 4 ไร่ ปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์อีก 1 คูหา และมีบ้านที่ย่านรังสิตอีก 1 หลัง

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ทำงานไม่เคยขาด อาศัยว่ามีวินัย และ ความอดทน เธอปฏิบัติตามคำแนะนำของหัวหน้า รวมถึงมีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องทำ เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้บริษัทได้เห็นว่าเธอมีความตั้งใจจริง และการที่ได้เป็น ส า ว ย า คู ล ท์ นั้นนอกจากจะมีรายได้ที่มั่นคงแล้ว บริษัท ยังใส่ใจครอบครัว โดยช่วยเหลือให้ทุนการศึกษาบุตร ที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลได้จนจบปริญญาตรี ซึ่งเธอคิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้เลย

เห็นไหมล่ะคะว่า ไม่ว่าจะอาชีพไหน ก็สามารถรวย และมีเก็บได้ เพียงแค่ขยันและรู้จักบริหารเงินให้เป็น มีมากก็เก็บมาก มีน้อยก็เก็บน้อย ใช้จ่ายให้เหมาะสมกับฐานะของตัวเอง ไม่ฟุ่มเฟือยหรือใช้จนเกินตัวให้เกิดหนี้สิน ทุกคนก็รวยได้เหมือนกันค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา dailynews , liekr

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *