หนุ่มวัย 26 จบป.ตรี ไม่ง้องานออฟฟิศ หันมาขับรถส่งอาหาร

หนุ่มวัย 26 จบป.ตรี ไม่ง้องานออฟฟิศ หันมาขับรถส่งอาหาร

การทำงานรับราชการ ถือว่าเป็นงานที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยอดีต เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่มีความมั่งคง พร้อมกับสวัสดิการที่ดี ครอบคลุมในหลายๆด้าน ทำให้พ่อแม่หลายๆคนมักจะผลักดันลูกให้เรียนสูงๆ จบปริญญาตรี เพื่อจะทำงานดีๆ ได้รับราชการ มากกว่าที่จะทำงานเอกชน หรืองานรับจ้างทั่วไป

แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีต่างๆก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ทำให้ค่านิยมและทัศนคติของคนรุ่นใหม่มองไม่เหมือนกับรุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่แล้วมา คนรุ่นใหม่ชอบความเป็นอิสระมากกว่า กล้าที่จะ เ สี่ ย ง ชอบการได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใคร อย่างในสมัยนี้ที่มีแอพพลิเคชั่นการสั่งอาหารเข้ามา เป็นทางเลือกให้กับหลายๆคน ทำให้เกิดอาชีพขับรถส่งอาหารเกิดขึ้น และยังสร้างรายได้ได้มากอย่างที่ใครหลายๆคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ในประเทศ ไ ต้ ห วั น คนที่จบใหม่แทบจะไม่มองการทำงานในออฟฟิศกันเลย และอีกหลายๆคนก็หันมาทำอาชีพขับรถรับส่งอาหารตามแอพพลิเคชั่นอย่างจริงจัง ยึดเป็นงานประจำเป็นเรื่องป็นราวกันเลยทีเดียว และยังมีรายได้มากกว่าพนักงานออฟฟิศอีกด้วย

โดยเงินเดือนของพนักงานออฟฟิศใน ไ ต้ ห วั น จะอยู่ที่ราวๆ 40,000 บาท ในขณะที่การขับรถส่งอาหารตามแอพพลิเคชั่น มีรายได้อยู่ที่ราวๆ 70,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่ามากเกือบ 2 เท่าของเงินเดือนพนักงานออฟฟิศเลยทีเดียว

เหมือนกับหนุ่มวัย 26 ปี ชาว ไ ต้ ห วั น คนหนึ่ง ที่เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ไม่กี่ปี และได้เริ่มมาทำอาชีพขับรถส่งอาหารมาเกือบ 1 ปี รับ-ส่งอาหารวันละ 50 ออเดอร์ (เฉลี่ยทำงาน 10 ชั่วโมง ต่อวัน) จนมีรายได้จากการส่งอาหารเกือบเดือนละ 70,000 บาท เรียกว่าสูงมากๆเลยทีเดียว

และในตอนนี้ ประเทศ ไ ท ย เองก็เริ่มมีแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารมาให้เลือกกันหลากหลายเจ้า คนจำนวนไม่น้อยก็หันมาทำอาชีพขับรถส่งอาหารกันเป็นจำนวนมาก ทั้งทำเป็นอาชีพหลัก และทำเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับตัวเอง ยิ่งใครที่ขยัน ใช้เวลาขับรถหลายชั่วโมง ก็จะได้รับออเดอร์มาก เงินก็จะได้มากขึ้นตามไปด้วย เรียกว่าใครขยันทำ คนนั้นยิ่งได้

หากใครสนใจอยากจะหางานใหม่ทำ การขับรถส่งอาหารก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย หรือใครอยากจะทำเป็นอาชีพเสริม หารายได้เพิ่มอีกทางก็ลองไปหาข้อมูล และลงทะเบียนสมัครกับแอพพลิเคชั่นนั้นๆกันดูนะคะ

ขอบคุณที่มาจาก : Nikkei Asian Review

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *