อาจารย์ไม่ชอบหน้า จึงมักจะพูดจาเสียดสีให้เขาตลอดเวลา

อาจารย์ไม่ชอบหน้า จึงมักจะพูดจาเสียดสีให้เขาตลอดเวลา

คานธีได้ไปเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ในระหว่าทงี่เขาเรียนอยู่นั้น ก็มักจะมีปัญหากับอาจารย์บางคน เนื่องจากเขาเป็นคนผิวสี และยังเป็นคนเอเชีย ทำให้อาจารย์คนนั้นมีอคติกับคานธี

ไม่ว่าคานธีจะทำอะไร อาจารย์คนนั้นก็มักจะคอยหาเรื่อง และพูดจาไม่ดีใส่เขาอยู่เสมอ วันหนึ่งที่โรงอาหาร ในขณะที่อาจารย์กำลังนั่งกินข้าวอยู่นั้น คานธีจึงได้ไปนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับอาจารย์

ด้วยความที่ไม่ชอบคานธีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจารย์จึงได้พูดขึ้นว่า “คานธี เธอรู้ใช่ไหม ว่าหงส์นั้นไม่กินข้าวกับหมา” เมื่อคานธีได้ฟังดังนั้น จึงตอบกลับอาจารย์ไปว่า “ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมบินไปกินข้าวที่อื่นก็ได้”

อาจารย์ยิ่งโกรธคานธีมากกว่าเดิม และหาจังหวะที่จะเอาคืนเขา ในระหว่างคาบเรียนอาจารย์ได้ตั้งคำถาม เพื่อที่จะให้คานธีต้องอับอาย อาจารย์จึงได้ถามคานธีว่า “มีกล่องอยู่ 2 ใบ ใบหนึ่งใส่ความรู้ อีกใบใส่ความร่ำรวย เธอจะเลือกอะไร”

คานธีจึงตอบไปว่า “ผมขอเลือกความร่ำรวยครับ” อาจารย์ยิ้มเยาะและพูดขึ้นว่า “แต่ถ้าเป็นครู ครูจะเลือกความรู้นะ เพราะมันจะนำไปต่อยอดให้เราได้” คานธีเงียบไปสักพัก และเขาก็คิดอะไรออก เขาจึงพูดไปว่า “เป็นเรื่องปกติครับ ที่เราต้องเลือกในสิ่งที่เราไม่มี”

คำตอบของคานธี ยิ่งทำให้อาจารย์โกรธเข้าไปอีก แต่ก็ไม่รู้จะตอบโต้กลับยังไง ในวันสอบอาจารย์จึงได้เขียนว่า ไอ้โง่ ใส่ในกระดาษคานธี เมื่อคานธีได้รับกระดาษมาก็เห็นสิ่งที่อาจารย์เขียน คานธีจึงลุกไปหาอาจารย์แล้วพูดว่า “อาจารย์ครับ อาจารย์เซ็นชื่อแล้ว แต่ลืมลงคะแนนให้ผมครับ”

เราต้องรู้ว่า คนแบบไหนไม่ควรยุ่งด้วย หรือคนแบบไหนต้องสู้กลับบ้าง เมื่อไหร่ควรตอบโต้และเมื่อไหร่ควรหลีกเลี่ยง การตอบโต้คนที่ดูถูก หรือด้อยค่าเรานั้น ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง แต่ให้เรามีสติและไหวพริบ ก็สามารถทำให้เขารู้สึกได้เช่นกัน

“อย่ายอมเป็นเหยื่อของคนที่ทำร้ายเรา
แต่ก็อย่าตอบโต้ด้วยวิธีที่เลวเหมือนเขา
ถ้าเราเปลี่ยนเขาไม่ได้ ก็แค่เดินออกจากชีวิตเขา
หรือไม่ก็ทำให้เขาเดินออกจากชีวิตเราแทน”