แม้ไม่มีก็ต้องให้ หนึ่งพันบาทเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจแม่

แม้ไม่มีก็ต้องให้ หนึ่งพันบาทเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจแม่

ผมได้เดินเข้าไปหาอาจารย์ หลังจากที่เรียนเสร็จคาบของท่าน ซึ่งผมค่อนข้างจะสนิทกับอาจารย์ท่านนี้ เพราะมาช่วยงานท่านบ่อยๆ และผมก็เห็นอาจารย์กำลังเขียนโน๊ตอะไรสักอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง

ผมจึงได้ถามไปว่า “อาจารย์มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ดูเคร่งเครียดจัง”

อาจารย์จึงตอบว่า “อ่อ อาจารย์กำลังทำรายจ่ายอยู่น่ะ จะดูว่าสามารถตัดส่วนไหนออกไปได้บ้าง เพราะรายจ่ายมันเยอะเกินไป”

ผมได้เห็นสิ่งที่อาจารย์เขียน จึงบอกไปว่า “รายการนั้นล่ะครับ ที่ให้แม่ 1000 บาท ตัดออกก็ได้นี่ครับ เพราะคุณแม่ก็อยู่กับอาจารย์อยู่แล้ว อาจารย์ก็ดูแลท่านทุกอย่างไม่ใช่หรอครับ”

อาจารย์รีบตอบกลับทันที “ไม่ได้ๆ อันนี้ตัดออกไม่ได้ เพราะ 1000 บาทนี้มันสำคัญมาก เป็นเงินหล่อเลี้ยงหัวใจแม่”

เมื่อผมได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ อาจารย์ที่เห็นสีหน้าผม จึงได้พูดขึ้นว่า “ร่ายกายเราก็ต้องการอาหารหล่อเลี้ยง หัวใจเราก็เช่นกัน ก็ต้องการอะไรมาหล่อเลี้ยงไว้”

ถึงแม้ว่าแม่จะอยู่กับอาจารย์ และไม่ได้มีรายจ่ายอะไรที่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าท่านไม่มีเงินเดือนเลย ก็จะรู้สึกห่อเหี่ยว หัวใจก็ไม่สดชื่น ก็เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเวลินติดตัว จะทำอะไรก็ดูห่อเหี่ยวไปหมด แต่พอถึงวันเงินเดือนออกถึงยิ้มได้

อจารย์จะเล่าให้ฟังนะ ว่าเงิน 1000 บาทนี้ สามารถเลี้ยงหัวใจแม่ได้อย่างไร เมื่อ 8 ปีก่อน น้องสาวอาจารย์ได้คลอดลูก คุณแม่จึงได้ซื้อทองเป็นของรับขวัญหลาน ด้วยเงินที่เก็บสะสมทุกเดือนเดือนละ 1000 บาท ซึ่งวันนั้นมันทำให้ท่านรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นอกจากได้เห็นหน้าหลานแล้ว ท่านก็ยังภูมิใจในตัวเองที่มีของขวัญให้หลาน จากเงินที่ท่านสะสมมาเอง

แล้วพอหลานโตขึ้น เวลาคนถามว่าสร้อยเส้นนี้ใครซื้อให้ หลานก็จะตอบด้วยความภูมิใจว่า คุณย่าของหนูซื้อให้ค่ะ มันยิ่งทำให้ท่านดูน่าเกรงขามและเป็นที่เคารพของคนในบ้าน แต่ถ้าท่านไม่มีเงินเดือนนี้เลย ท่านก็จะไม่มีเงินซื้อของขวัญให้หลาน แล้วท่านเองก็คงรู้สึกแย่

นี่แหละคือ พลังของเงินหล่เลี้ยงหัวใจแม่ ซึ่งความสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่พลังของมันทำให้แม่ยังมีกำลังใจ ทำให้ท่านรู้สึกว่ายังมีความสามารถที่จะให้ลูกให้หลานได้อยู่ แม่มีความสุข ลูกๆก็มีความสุขตามไปด้วย