6 นิสัยที่เราเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำยิ่งพาชีวิตจนลง

6 นิสัยที่เราเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำยิ่งพาชีวิตจนลง

เราทุกคนต้องการชีวิตที่สุขสบาย นั่งจิบกาแฟที่ร้านคาเฟ่ ไปเที่ยวตอนไหนก็ได้ที่อยากไปแบบไม่เร่งรีบ ซื้อของที่อยากจะได้ พักในช่วงเวลาที่อยากพัก แต่นั่นเป็นชีวิตของคนที่มีฐานะทางการเงินที่พร้อมแล้ว แต่หากเราใช้เงินเดือนชนเดือนอยู่ ก็เลิกคิดที่จะทำแบบนั้นก่อน หลายคนกำลังติดนิสัยเหล่านี้จนชิน และนำไปสู่ “ความจน” และนี่คือ 6 ข้อ ที่ใครยิ่งทำยิ่งจนลง

1. ผัดวันประกันพรุ่ง

การมีวินัย เป็นพื้นฐานของความสำเร็จต่างๆ และการสร้งาฐานะที่มั่นคง หากขาดวินัย ใช้ชีวิตชิลๆแบบไม่มีแบบแผน นั่นคือสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังจะพาตัวเองจน โดยเฉพาะวินัยทางการเงิน ที่เราต้องปฏิบัติให้ได้อย่างเคร่งครัด อย่างการออมเงิน ถ้ายังเก็บเงินแบบผัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีวินัยในตัวเอง คุณก็จะเก็บเงินไม่ได้อย่างที่หวังไว้สักที จงสร้างวินัยให้กับตัวเอง เพื่อทำให้ชีวิตไปถึงเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น

2. ใช้ชีวิตเกินค่าครองชีพ

หลายคนชอบใช้ชีวิตแบบแสร้งว่า “รวย” ทั้งๆที่ยังไม่รวยจริงๆ ชีวิตยังต้องใช้เงินเดือนชนเดือน แต่กลับอยากมีไลฟ์สไตล์ใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย อยากได้อยากมีตามคนอื่น โดยที่ไม่คำนึงถึงรายได้และภาระค่าใช้จ่ายของตัวเอง ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือหยิบยืมจากคนอื่นมาใช้ก่อน

3. คิดมากจนเกินเหตุ

การใช้ความคิดเป็นเรื่องที่ดี แต่การใช้ความคิดที่มากเกินไป หรือคิดมากเกินเหตุนั้น จะทำให้เรากลายเป็นคนขี้ขลาด จนไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่าง เพราะกลัวไปหมด ไม่กล้าที่จะวางแผนเพื่อต่อยอดธุรกิจ ทำให้เสียโอกาสสำคัญที่จะสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้

เราต้องทำความเข้าใจว่า “การคิดมาก” กับ  นั้นต่างกัน การคิดมากคือการนำปัญหาทุกอย่างมารวมกันจนหาทางออกไม่เจอ แต่การคิดให้รอบคอบ จะคิดเป็นกระบวนการ มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วตรงจุด ดังนั้นจงเลือกคิดให้ถูก คิดให้รอบคอบถี่ถ้วน เพื่อความไม่ประมาณ ไม่ใช่การคิดมากแล้วขี้ขลาดจนไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง

4. ไม่มีเป้าหมายในชีวิต

หลายคนมักที่จะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยที่ขาดการตั้งเป้าหมายในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรารู้ว่า เราต้องทำอะไรเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของเรา การตั้งเป้าหมาย ก็เหมือนการปักเส้นชัย เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทาง ให้เรารู้ว่าเราต้องเดินไปทางไหนที่จะไปถึงเส้นชัยนั้นได้ดีที่สุด บางคน…ยังไม่ทันได้ลงมือทำเลย ก็คิดแล้วว่าทำไม่ได้หรอก ไม่สำเร็จหรอก สุดท้ายก็ไม่สำเร็จจริงๆ เพราะขนาดตัวเองก็ยังไม่เชื่อมั่นในตัวเองเลย

เราไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายที่ใหญ่โตเหมือนคนอื่น เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ อย่างเช่น เก็บเงินให้ได้ 10% ของเงินเดือนทุกเดือน เมื่อเราทำสำเร็จ มันจะเป็นกำลังใจให้เรากล้าที่จะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้เราเพิ่มขึ้น เพราะเป้าหมายเล็กๆที่เราตั้งไว้ เราได้ผ่านมันมาแล้ว

5. ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

ถึงจะเก่งแค่ไหน เราก็ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นให้ได้ หากเราขาดคุณสมบัติข้อนี้ ก็ยากที่จะเติบโตหรือประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะการทำงานต้องอาศัยทีมเวิร์คที่ดี และยิ่งมีคนอื่นช่วยงานจะทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น

ถ้าเราไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ การเลื่อนตำแหน่งก็อาจจะต้องคิดหนักสำหรับหัวหน้าของคุณ เพราะคนที่ไม่สามารถปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ ย่อมต้องเป็นปัญหาต่อการทำงานอย่างแน่นอน หรือแม้แต่การที่คุณต้องทำธุรกิจเอง ก็ยังต้องติดต่อประสานงานกับลูกค้า หรือสร้งาคอนเนกชั่นร่วมลงทุน ขยายธุรกิจ

6. ไม่มีความอดทน หนักไม่เอาเบาไม่สู้

ไม่มีความสำเร็จไหนที่ได้มาง่ายๆ โดยไม่ใช้ความพยายาม บางคนอาจจะโชคดีที่ทำไม่กี่ครั้งก็สำเร็จ แต่บางคนอาจจะต้องทำอยู่เป็นสิบครั้ง ร้อยครั้ง ถึงจะประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายแล้วถ้าเราไม่ล้มเลิกวความตั้งใจ มันต้องเป็นของเราในสักวัน ขอแค่มีความอดทนให้มากพอ

แต่เราต้องดูก่อนว่า ที่เขามีได้เพราะการเงินของเขาเหมาะสมกับสิ่งที่เขามี แล้วมันเหมาะสมพอดีกับสถานะทางการเงินของเราหรือเปล่า ถ้าซื้อแล้วม่เดือดร้อนก็จัดเลย แต่ถ้ากระทบกับรายได้ของเรา ก็ต้องหยุด และรีบหยุดพฤติกรรมที่ใช้จ่ายเกินค่าครองชีพ หยุดใช้เงินเกินตัว