ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่การเลิกดูการ์ตูน หรือ เลิกเล่นเกมส์

ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่การเลิกดูการ์ตูน หรือ เลิกเล่นเกมส์

ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่การเลิกเล่นของเล่น

เลิกดูการ์ตูน หรือ เลิกเล่นเกมส์

แต่คือการฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่ต้องทำ

รับผิดชอบในหน้าที่ ที่ตนได้รับมอบหมายให้ได้

การเติบใหญ่… ไม่เกี่ยวกับอายุมากน้อย

ไม่เกี่ยวกับอารมณ์ดีร้าย หรือ ความเกรี้ยวกราดที่แสดงออก

การเติบใหญ่… ไม่ใช่สีหน้าบึ้งตึง ขึงขัง ที่แสดงชัด

แต่คือความเยือกเย็นที่ซ่อนในใจ รู้จักความคุมอารมณ์ให้เป็น

บางคน… ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม

เผชิญงานเล็ก… จุกจิกจู้จี้ เหมือนผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเจองานใหญ่… ลุกลี้ลุกลน เหมือนคนทำงานไม่เป็น

ประสบปัญหา ทำอะไรไม่ถูก มองไม่ออกถึงแก่นแท้ของปัญหา

บางคน ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ สงบไม่ร้อนรน

บางคน เบื้องหน้าความขัดแย้งที่พูดเท่าใดไม่รู้เรื่อง… เงียบ

พวกเขาใช้ความเงียบแทนการโต้เถียง

นิ่งคอยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้ความจริงปรากฎ

อันที่จริง มีการเติบใหญ่อย่างหนึ่ง

ที่เรียกว่าความเงียบ และ ความสงบนิ่ง

เหนื่อยแล้ว นอนนิ่งเงียบๆ ไม่ต้องป่าวประกาศให้โลกรับรู้

เจ็บแล้ว อดทนเงียบๆ ไม่ต้องตะโกนร้องออกไป

ในโลกของผู้ใหญ่ ไม่มีใครมามัวโอ๋คุณหรอก

พักรักษาตัวเองให้หาย ไม่ต้องไปโพสสเตตัสให้ใครรับรู้

แล้วก็ออกไปเผชิญเรื่องแย่ๆเรื่องใหม่ที่รอคอยอยู่

ไม่จำต้องเสแสร้งพูดเอาใจใครในเรื่องใด เพียงเก็บความรู้สึกไว้ให้ตนเอง

ผ่านประสบการณ์มากขึ้น ใช้ชีวิตนานขึ้น

นับวันยิ่งชอบความสงบเงียบ เพราะในโลกของผู้ใหญ่

ความความสงบเยือกเย็น คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด

ต่อคนที่ขัดตาขัดใจ รู้จักหันหลัง

ต่อเรื่องที่ค้างคา ลองปล่อยวาง

ไม่พูดมาก ไม่พร่ำบ่น แต่ลงมือกระทำ

เดินผ่านหลุมบ่อ ผ่านลม ผ่านฝน

เห็นแจ้งน้ำใจคน จืดชืดเย็นชา จึงเงียบลงเรื่อยๆ

เพราะตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน ได้เข้าใจว่า

คนที่เป็นผู้ใหญ่ พูดน้อย แต่ทำมาก

อยู่สุขสบายกว่า คนที่พูดมากแต่ไม่ลงมือทำ