เศรษฐี ส่งลูกไปเรียนรู้ชีวิตชนบท และเมื่อลูกกลับมาทำให้เขาทึ่ง

เศรษฐี ส่งลูกไปเรียนรู้ชีวิตชนบท และเมื่อลูกกลับมาทำให้เขาทึ่ง

ครอบครัวมหาเศรษฐี มีลูกชายอยู่หนึ่งคน คนพ่อต้องการให้ลูกได้เรียนรู้ถึงความยากลำบาก เพื่อที่ลูกจะได้เรียนและขยายกิจการให้ใหญ่โต ไม่กลายเป็นคนที่ยากจนและต้องเจอความลำบาก จึงได้ตัดสินใจส่งลูกไปอยู่ที่ชนบทกับครอบครัวหนึ่งเป็นเวลา 1 อาทิตย์ และเมื่อลูกกลับมาก็ได้เล่าถึงสิ่งที่พบเจออย่างน่าตื่นเต้นให้ผู้เป็นพ่อฟัง

พ่อถาม “ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง ที่อยู่ที่นั่น”

ลูกตอบ “ผมว่ามันดีมากๆเลยครับ ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต”

พ่อถาม “มีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง จากที่นั่นและบ้านของเรา”

ลูกตอบ “มีเยอะแยะเลยครับ บ้านเรามีสุนัขแค่ตัวเดียว แต่ที่นั่นมีถึง 4 ตัว บ้านเรามีสระว่ายน้ำที่เต็มไปด้วยคลอรีน ส่วนที่นั่นมีบ่อขนาดใหญ่ ที่ทั้งใสสะอาด และยังมีปลาในนั้นด้วย”

“ตอนกลางคืนบ้านเรามีแสงไฟจากหลอดไฟ แต่ที่นั่นสว่างจากแสงจันทร์และดวงดาวเต็มท้องฟ้า ดูสวยงามมากจนเทียบกันไม่ติด บ้านเรามีรั้วกั้นพื้นที่รอบบ้าน แต่ที่นั่นไม่มีเขตกั้น ดูปลอดโปร่งมาก”

“บ้านเรามีกำแพงกั้น แต่พวกเขายินดีรับเพื่อนใหม่เสมอ ในเมืองที่เราอยู่เชื่อมโยงไปด้วยโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ แต่พวกเขาอาศัยอยู่แบบเชื่อมโยงกับธรรมชาติ”

เมื่อเล่าจบ ก็ทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ลูกชายจึงตอบว่า “ขอบคุณนะครับพ่อ ที่ทำให้ผมรู้ว่า จริงๆแล้วพวกเรายากจนมากแค่ไหน”

หากคุณเป็นคนที่ร่ำรวยแล้ว ให้ลองตัวเองดูว่า ตัวคุณกำลังถอยห่างจากคนรอบตัวอยู่หรือเปล่า ทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง การมีเงินมากไม่ใช่ไม่ดี มันดีที่เราสามารถตัดความกังวลใจในเรื่องนี้และใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้ แต่เราต้องรู้จักสร้างสมดุลให้ชีวิต อย่าใช้เงินเพื่อควบคุมชีวิตเรา แต่เราต้องเป็นคนควบคุมเงิน ออกไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน และใกล้ชิดกับธรรมชาติ แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตมันมีความหมายมากมายให้ค้นหามากกว่าความร่ำรวย