ท่าน Dalai Lama กล่าวว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกที่สุดในโลก

ท่าน Dalai Lama กล่าวว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกที่สุดในโลก

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกที่สุดในโลก

เขายอมสละสุขภาพเพื่อหาเงิน

แล้วก็นำเงินที่หามาได้ไปรักษาสุขภาพ

เขาห่วงอนาคตมาก จนไม่มีความสุขกับปัจจุบัน

ผลคือ เขาไม่มีความสุขกับปัจจุบัน และ ดูเหมือนไร้อนาคต

เขาทำงานหนักเหมือนร่างกายเป็นอมตะไม่มีวันสิ้นลมหายใจ

และ สุดท้ายเขาก็จากโลกนี้ไปโดยแทบไม่ได้ใช้ชีวิต

นักธุรกิจท่านหนึ่ง พูดถึงสิ่งที่เขารู้สึกเสียใจ โดยเขาเล่าว่า…

ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจมาทั้งชีวิต เขามีเงินมากพอจนสามารถตระเวนซื้อบ้านทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้

เขามีบ้านเกิน 10 หลัง ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ แต่ในหนึ่งปีเขาไม่เคยตะเวรนอนครบทุกหลัง

ส่วนคนที่ได้นอนครบเกือบทุกหลัง คือ คนรับใช้ของเขา ซึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูในต่างจังหวัด

อยู่อย่างมีความสุข ท่ามกลาง ป่าเขา ต้นไม้ แม่น้ำ ลำธาร ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อย่างแท้จริง

ส่วนงานบ้านก็ไม่มีให้ทำมาก เพราะ เจ้านายไม่ค่อยมีเวลาได้เดินทางไป ขณะที่เศรษฐีที่เป็นเจ้านายกลับทำงานหนักงกๆ อยู่ในกรุงเทพ

แต่ละวันเจอรถติด ไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง และ อาศัยอยู่ใน คอนโดที่ขนาดไม่ได้ครึ่งหนึ่งของบ้านพักตากอากาศที่เขาซื้อเลย

ตื่นออกไปเข้าออฟฟิตแต่เช้า กลับเข้ามาบ้านก็ดึกมาก ไม่ได้ทานข้าวกับภรรยา ไม่ได้สอนการบ้านลูก ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว

นี่คือ ชีวิต ที่เขาต้องเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ขณะที่ธุรกิจของเขากำลังไปได้ดี เขาก็เริ่มไม่สบายด้วยอาการยอดฮิตของคนรวย นั่นคือ “มะเร็ง”

เขามองเห็นสภาพของตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ที่ข้างเตียง รู้สึกตัวว่าเวลาในชีวิตนั้นเหลือน้อยลงไปทุกที

ในช่วงที่เขาแข็งแรงดี มีกำลังทำงาน เป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของคนในสังคม มีแต่คนอยากจะเข้าหา

แต่ในวันนี้ ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย มีแต่ภรรยาที่คอยดูแล และ ลูกๆ ที่คอยมาหยอกล้อ เล่นด้วย อยู่ข้างเตียง

ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีคนอยากเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ และ เขาก็ไม่อยากให้ใครมาเยี่ยมเพื่อให้เห็นตัวเองในสภาพนี้ด้วย

เขาตัดสินใจว่าจะขอจากโลกนี้ไปกับสภาพแบบนี้ แบบที่ไม่อยากให้ใครเห็น

วันหนึ่ง…!! เขาตื่นขึ้นมาก็เกิดอาการบรรลุธรรมขึ้นว่า แท้ที่จริงแล้ว

ชีวิตนั้น ต้องการที่นอนเพียงพอแค่ รองรับแผ่นหลังได้เท่านั้น

เงิน ก็อยู่ในธนาคาร ชื่อเสียง ก็เปรียบเหมือนแค่สายลม ที่พัดมาแล้วเดี๋ยวก็พัดผ่านไป

ชีวิตเราที่จริงนั้นไม่ต้องการอะไรมากเลย เราต้องการ ‘สิ่งพื้นฐานที่สุด’ นั่นก็คือ

ขอให้นอนลงไปบนเตียงเต็มแผ่นหลัง โดยไม่ต้องร้องโอดโอย

ขอให้ผมกลับมาดำ และ อยู่เต็มหัวเหมือนเดิม

ขอให้เคี้ยวข้าวได้อร่อย และ กลืนลงคอได้โดยไม่เจ็บ

ขอแค่อยากเข้าห้องน้ำ ก็เดินเข้าได้โดยไม่ต้องมีคนคอยประคอง

เขาตัดสินใจสละทุกอย่าง พอปล่อยลง ปลงได้ ต่อมาก็หายป่วย…!! ซึ่ง… หนึ่งในล้านคน จะโชคดีอย่างนี้

เมื่อออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว เขาก็ขายบ้านทุกหลังที่มีตั้งแต่ เหนือจรดใต้

หันหลังให้ชีวิตความเป็นนักธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ตัดสินใจไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในต่างจังหวัด ทำเกษตรอินทรีย์

บอกลา ความหรูหรา เกียรติยศ ชื่อเสียง ลาภยศ ทรัพย์สิน อำนาจ ที่คนประเคนให้ทั้งหมด และ ไปใช้ชีวิตอย่างสงบกับครอบครัว

เมื่อวินาทีสุดท้ายของชีวิตมาถึง สิ่งเหล่านี้ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง บ้าน รถ ที่ดิน ทั้งหลายเหล่านี้ กลับช่วยอะไรไม่ได้เลย

เขาไม่สะสมทรัพย์สมบัติอะไรอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขาสะสมในตอนนี้ คือ สุขภาพ และ ความรักของคนในครอบครัว