โจรเหนือโจร เมื่อผู้จัดการธนาคารพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

โจรเหนือโจร เมื่อผู้จัดการธนาคารพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

เช้าวันทำงาน เกิดเหตุโจรปล้นธนาคารกลางเมืองแห่งหนึ่ง เข้าไปธนาคารคำแรกที่โจรตะโกนออกไปคือ “ทุกคนอยู่ในความสงบ เงินเป็นของรัฐ แต่ชีวิตนั้นเป็นของคุณ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็ไม่กล้าขยับ และไม่มีใครคิดที่จะเลี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องเงินของรัฐแม้แต่คนเดียว เมื่อโจรปล้นเงินออกไปได้สำเร็จ

ก็พากันกลับที่ฐานลับ โดยโจรรุ่นน้อง จบการศึกษาถึงปริญญาโท ได้บอกกับโจรคนอื่นๆว่า “พวกเรามานับเงินกันดีกว่า ว่าปล้นมาได้เท่าไหร่”

โจรรุ่นพี่จึงสวนกลับทันที “แกจะโง่นับเงินให้เหนื่อย เสียเวลาตัวเองทำไม ขเรื่องใหญ่ขนาดนี้เดี๋ยวข่าวก็ออก เราก็รู้เองแหละว่าเงินหายไปเท่าไหร่ เราก็ปล้นมาได้เท่านั้นแหละ เอาเวลามาคิดแผนหลบหนีกันดีกว่า” แบบนี้เขาเรียก “ใช้ประสบการณ์” ในการแก้ปัญหา

จากนั้นไม่นานที่โจรออกจากธนาคารแล้ว พนักงานจึงรีบโทรหาตำรวจ แต่ผู้จัดการธนาคารกลับห้ามไว้ แล้วพูดว่า “เดี๋ยวก่อนใจเย็นๆ ไปตรวจสอบดูก่อนว่าโจรมันขโมยเงินไปได้เท่าไหร่ แล้วเราก็บอกตำรวจไปมากกว่านั้นซะเลย”

วันต่อมา สำนักข่าวทุกช่องก็ลงข่าวโจรปล้นธนาคารครั้งยิ่งใหญ่ โดยบอกว่า “เงินถูกปล้นไปเป็นจำนวน 100 ล้าน” โจรต่างพากันตกใจ เพราะไม่ว่าจะนับยังไง เงินที่ได้มาก็มีแค่ 20 ล้าน ไม่ถึง 100 ล้านตามที่ออกข่าว สักพักโจรก็เข้าใจแล้วว่าทำไมข่าวถึงออกไม่ตรงกับที่พวกตนนั้นปล้นมา โจรคนหนึ่งโกรธมากจึงได้พูดขึ้นว่า “เจ็บใจริงๆ…. นี่เราเสี่ยงแทบแย่ เพื่อที่จะปล้นเอาเงิน 20 ล้าน ออกมา แต่ผู้จัดการเจ้าเล่ห์นั่น แค่ใช้หัวนิดเดียว มันก็ทำเงินได้ 80 ล้านเพียงชั่วข้ามคืนแล้ว”

นี่แหละที่เขาเรียกว่า “พลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาส” ในทุกปัญหาที่เราเจอ ย่อมมีโอกาสที่จะให้เราได้ใช้ประโยชน์จากมันเสมอ หรือไม่อย่างน้อยเราก็จะได้รับบทเรียนจากมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ฉะนั้นจจงอย่ากลัวปัญหา หรือคิดหนีปัญหา มีแต่ต้องยอมรับและสู้กับมัน ไม่แน่คุณอาจจะมองเห็นโอกาสที่จะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไร การโกหกและโกงแบบที่ผู้จัดการธนาคารทำนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่ควรจะเอาเป็นตัวอย่าง ควรจะนำไหวพริบนี้ไปใช้กับสิ่งดีๆที่สร้างประโยชน์