สละเวลาฝึก กฏ 7 ข้อ เพื่อชีวิตที่สำเร็จและงอกงาม

สละเวลาฝึก กฏ 7 ข้อ เพื่อชีวิตที่สำเร็จและงอกงาม

1) กฎแห่งความเป็นหนึ่งเดียว

กลับเข้าหา “ภายใน” ไม่มุ่งยึดวัตถุ “ภายนอก”

การยึดถือวัตถุ หรือต้องการการยอมรับจากคนอื่น คาดหวังการตอบรับจากคนอื่น ต้องการควบคุมสิ่งต่างๆ สิ่งเหล่านี้มักมีพื้นฐานมาจากความกลัว

เราแสดงบทบาทหรือสวมหน้ากากเพื่อต้องการการยอมรับจากคนอื่น แต่ถ้าเรามีความมั่นคงภายในย่อมไม่หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ ไม่กลัวต่อการท้าทายใดๆ

วิธีฝึก 

แบ่งเวลาเพื่ออยู่เฉยๆ อยู่กับความเงียบ เพื่อจะได้ยินเสียงของตัวเองมากขึ้น ความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเองที่ไม่ขึ้นอยู่กับสายตาและคำตัดสินของผู้อื่น

กิจกรรมนี้เพื่อละวางจาก “มายา” ที่สายตาคนภายนอกสร้างขึ้น แล้วกลับไปสู่ “ความจริง” อันเงียบสงบภายในใจ ซึ่งเชื่อมโยงกับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน

2) กฎแห่งการให้

ให้และรับเพื่อให้วงจรของธรรมชาติไหลต่อเนื่อง

กฎของธรรมชาติคือการไหลเวียน หากใครกักสิ่งใดไว้กับตัวแต่เพียงผู้เดียว ผู้นั้นย่อมมีสภาพเหมือนตายแล้ว ชีวิตคือการให้และรับต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ยิ่งมอบความสุขยิ่งได้รับความสุขกลับคืนมา

วิธีฝึก

ตกลงกับตัวเองว่า เมื่อจะไปพบกับใครก็ตาม คุณจะมอบบางอย่างให้กับเขา สิ่งนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นข้าวของราคาแพง แต่อาจเป็นดอกไม้สักดอก คำอวยพร คำชื่นชม กำลังใจ หรืออ้อมกอดก็ได้

อ้าแขนออกรับของขวัญจากชีวิต ทั้งจากธรรมชาติและผู้คนรอบตัว แสงแดด เสียงนกร้อง ใบไม้ผลิใหม่ คำชื่นชม รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ กำลังใจ และรู้สึกขอบคุณที่ได้รับสิ่งเหล่านี้

3) กฎแห่งกรรม

สิ่งที่ทำจะก่อพลังงานที่ย้อนกลับมาหาเรา

ให้ลองถามตัวเองก่อนทำอะไรก็ตามด้วยคำถามง่ายๆ สองคำถาม

“หนึ่ง” อะไรคือผลที่จะตามมาของการเลือกกระทำสิ่งนี้

“สอง” ทางเลือกที่ฉันจะตัดสินใจนี้จะนำความสุขมาให้ตัวฉันเองและคนรอบข้างหรือไม่”

ตัดสินใจอย่างมีสติ พุ่งความสนใจไปที่ร่างกายตัวเอง หากร่างกายบ่งบอกถึงความอุ่นใจก็แปลว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่ถ้าไม่สบายกายไม่สบายใจก็ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

ผลของกรรม-หากมองเห็นประโยชน์-ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จ

4) กฎแห่งการพยายามให้น้อยที่สุด

กลมกลืน ไม่ฝืนธรรมชาติ แค่เป็นไป

ต้นหญ้าไม่ได้พยายามเติบโต มันเพียงงอกงาม ดอกไม้ไม่พยายามจะบาน มันเพียงเป็นไป

พลังส่วนใหญ่ของเราถูกใช้ไปกับการให้ความสำคัญกับตัวเอง ปกป้องตัวเอง บังคับควบคุมให้ทุกสิ่งไปในแนวทางของตัวเราเอง

สามสิ่งที่ทำได้คือ

หนึ่ง-ยอมรับ ฝึกได้ด้วยการบอกตัวเองว่า “วันนี้ฉันจะยอมรับผู้คน สถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ต่างๆ อย่างที่มันปรากฏขึ้น

สอง-รับผิดชอบ ไม่กล่าวโทษสิ่งอื่น คนอื่น รวมถึงตัวเอง แต่ยื่นมือเข้าไปรับผิดชอบ มีปฏิกิริยาที่สร้างสรรค์ในเหตุการณ์นั้นๆ

สาม-พยายามให้น้อยที่สุด คือไม่ปกป้องความคิดใดๆ ของตนเองถ้าเราละทิ้งเสียได้ ก็จะได้พลังมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่มากขึ้นมหาศาล

วันหนึ่งดอกไม้ก็จะงอกงามไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องเร่งเร้าหรือพยายามปกป้องตัวเองขนาดนั้น

5) กฎแห่งความมุ่งมั่นและความปรารถนา

สองสิ่งนี้คือพลังที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

อะไรก็ตามที่เราให้ความสนใจ มันจะเติบโตแข็งแรงขึ้นในชีวิตของคุณ อะไรที่คุณไม่ให้ความสนใจ มันจะอ่อนกำลัง สลายตัว และหายไปจากชีวิต

ความมุ่งมั่นที่เกิดจากความสนใจด้วยตัวเองมีพลังมหาศาล มันจะจัดการสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นจนได้ ไม่ว่ายากหรือซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม

“ความปรารถนา” นั้นอ่อนแอ เพราะมันมองไปที่ผล แต่ “ความมุ่งมั่น” ไม่สนใจผลลัพธ์ ขอแค่ได้ทำอย่างเต็มที่ ไม่สนอนาคตมากเท่าปัจจุบัน เมื่อไม่ยึดติด ไม่กังวล ไม่หิวกระหาย ก็จะสงบเย็น มั่นคง และมุ่งหน้าสู่เป้าหมายได้แบบไม่พะรุงพะรัง

ทำในส่วนที่ทำได้ให้ดีที่สุด ที่เหลือก็ไม่ยึดติด ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างจัดสรรไปตามแต่ที่มันจะเป็น

6) กฎแห่งการปล่อยวาง

ปราศจากการปล่อยวาง เราจะเป็นนักโทษ

หากไม่ปล่อยวางเลย เราจะติดอยู่กับถ้อยคำของผู้คำ วิตกกังวลกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เคร่งเครียด

การไขว่คว้าหาความมั่นคงแน่นอนเป็นภาวะยึดติดกับสิ่งที่ “รู้อยู่แล้ว” หากวางนิสัยนี้ได้ เราจะเปิดตัวเองออกสู่สิ่งที่ “ยังไม่เคยรู้” ซึ่งกว้างขวางและเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ใหม่ๆ

วิธีฝึก

ไม่ฝืน เฝ้ามองความไม่แน่นอนนั้น ดูว่ามันจะคลี่คลายไปสู่อะไร เมื่อไม่คาดหวังว่ามันจะ “ต้องเป็น” แบบใด ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบใดก็ล้วนแล้วแต่ยอมรับได้ทั้งสิ้น

ฝึกใจเช่นนี้บ่อยๆ เราจะเป็นผู้ที่สงบนิ่งในทุกสถานการณ์ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และก้าวเดินสู่ความอัศจรรย์ของชีวิตที่เปิดกว้างและไม่มีทางรู้ล่วงหน้า

7) กฎแห่งเป้าหมายในชีวิต

หาสิ่งที่เราทำได้ดี ทำให้สิ่งนั้นเต็มที่

มีบางอย่างที่คุณทำได้ดีกว่าคนอื่น ค้นหา ใช้เวลา และเชื่อมั่นในสิ่งนั้น ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถามตัวเองว่าจะใช้ศักยภาพนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ได้อย่างไร สิ่งนี้จะนำมาซึ่งความมั่งคั่งทั้งในแง่จิตวิญญาณและรายได้

ใช้ความสามารถของเราเพื่อประโยชน์ของคนอื่น เราก็มีความสุข เขาก็มีความสุข สู่ภาวะของการผลัดกันให้และรับ

เหล่านี้คือหลักปฏิบัติเล็กๆ น้อยๆ ที่จะนำพาเราไปสู่ชีวิตที่งอกงามและงดงามทั้งต่อตัวเองและคนอื่นได้

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ : A piece of wisdom