เมื่อที่สุดของสองขั้วความรู้แต่ละด้านมาเจอกัน

เมื่อที่สุดของสองขั้วความรู้แต่ละด้านมาเจอกัน

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์และนักฟิสิกส์ทฤษฎี ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคคนหนึ่ง เป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และ มีส่วนร่วมในการพัฒนา กลศาสตร์ควอนตัม กลศาสตร์สถิติ และ จักรวาลวิทยา

อีกท่าน รพินทรนาถ ฐากุร ถูกยกสมัญญานามว่า “คุรุเทพ” เป็นนักปรัชญา มีชื่อเสียงจากการเขียนบทกวี งานครั้งแรกเขียนตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี ครั้นอายุได้ 16 ปี ก็ได้ตีพิมพ์เผยแพร่งานกวีนิพนธ์ และ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ประจำปี ค.ศ. 1913 นับเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล

ในภาพนี้ถ่ายคู่กับ ไอสไตน์ ถ่ายคู่กับ รพินทรนาถ ฐากูร เมื่อปี 1930

เคยมีคนถามคุรุเทพ รพินทรนาถ ฐากุร นักปรัชญาของอินเดีย 3 คำถามว่า…

ข้อที่ 1 ในโลกนี้สิ่งใดง่ายที่สุด…?

ข้อที่ 2 ในโลกนี้สิ่งใดยากที่สุด…?

ข้อที่ 3 ในโลกนี้สิ่งใดยิ่งใหญ่ที่สุด…?

คุรุเทพรพินทรนาถ ฐากุรตอบเขาว่า…

ตำหนิคนอื่นง่ายที่สุด

รู้จักตัวเองยากที่สุด

ความรักยิ่งใหญ่ที่สุด

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทางโลกเป็นอย่างดี ส่วน รพินทรนาถ ฐากุร เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถอย่างมากในด้านทางธรรม และ ความเป็นนักปรัชญา

ทำให้ทั้งคู่นัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อถกปัญหา ประเด็นต่างๆ ในมุมมองของตังเอง ตามแบบฉบับของอารยชน และ นี่คือตัวอย่างของบทสนทนาบางช่วง

ไอน์สไตน์ : นักฟิสิกส์สมัยใหม่จะพูดว่าความขัดแย้ง หากมองจากที่ไกลๆ จะเห็นเมฆเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน แต่ถ้าคุณมองดูใกล้เมฆเหล่านั้นจะแสดงตัวเองให้เห็นเป็นหยดน้ำที่ไร้ระเบียบ

ฐากูร : ในด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับมนุษย์นั้นผมพบว่ามีลักษณะคู่ขนานอยู่อย่างหนึ่ง กิเลสกับความต้องการของเราเป็นสิ่งที่ระงับได้ยาก แต่บุคลิกภาพของเราก็ได้กำราบสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ในโลกทางฟิสิกส์มีอะไรในทำนองนี้เกิดขึ้นบ้างหรือไม่? มีธาตุต่างๆที่แข็งขืน. เปลี่ยนแปลงไปด้วยแรงพลักดันที่เป็นของตัวเองโดยเฉพาะบ้างหรือไม่? กฎเกณฑ์ในโลกทางฟิสิกส์ที่บังคับครอบงำธาตุต่างๆ และทำให้รวมกันเป็นระบบที่เป็นระเบียบนั้นมีอยู่ไม่ใช่หรือ?

ไอน์สไตน์ : ธาตุต่างๆไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นระเบียบในเชิงสถิติ ธาตุเรเดี่ยมจะมีระเบียบที่แน่นอนของมันเสมอ ทั้งในขณะนี้และต่อๆไป เช่นเดียวกับที่มันเคยเป็นตลอดมา ฉนั้นในธาตุต่างๆก็ย่อมมีความเป็นระเบียบในเชิงสถิติ

ฐากูร : หรือถ้าไม่อย่างนั้น ความเป็นไปเกี่ยวกับชีวิตที่เป็นอยู่ก็ไม่เป็นระเบียบเอามากๆ ความกลมกลืนที่ลงตัวอย่างมั่นคงของโอกาสและการตัดสินใจนั่นเองที่ทำให้มันดำเนินอยู่ได้และมีอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

ไอน์สไตน์ : ผมเชื่อว่าอะไรก็ตาม ที่เราทำหรือมีชีวิตอยู่เพื่อมันล้วนแต่มีเหตุมีผลที่อธิบายได้ อย่างไรก็ตาม มันดีเหมือนกันนะที่เราไม่สามารถมองทะลุถึงเหตุผลอันนี้ได้

ซึ่งแน่นอนว่า บทสนทนาระหว่างบุคคลผู้เป็นที่สุดในแต่ละด้านนั้น ย่อมไม่ธรรมดา และ คนธรรมดาอย่างเราๆ อาจเข้าถึงได้ยาก และ ต้องทำความเข้าใจตาม อย่างไรก็ตามนั่นแสดงให้เห็นถึงมุมมองของทั้งสองคน ที่ไม่ได้โต้เถียงกันเพื่อจะเอาชนะ แต่เป็นบทสนทนา พูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้กัน